่หรือ?”
“เจ้าคิดว่าคนที่เหลืออยู่ในค่ายหวงซาเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญอะไรในศึกครั้งนี้หรือ?”
“คงจะ… คงจะไม่มีกระมัง” จางเมิ่งยังพอรู้จักประเมินตนเองอยู่บ้าง
ค่ายทหารอันธพาลอาจจะเก่งกว่ากองทัพทั่วไปอยู่บ้าง แต่ก็เก่งได้ในขอบเขตจำกัด เพียงแค่การต่อสู้ตัวต่อตัวที่อาจจะเหนือกว่ากองทัพทั่วไปเท่านั้น แต่หากจะนำค่ายหวงซาไปอยู่ท่ามกลางกองทัพหลายหมื่นนาย ก็คงไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้
เมื่อกองทัพทั้งสองฝ่ายปะทะกัน คนที่ต้องสังเวยชีวิตอาจไม่ใช่แค่กองทหารอันธพาลเล็ก ๆ ของพวกเขาเท่านั้น
จางเมิ่งชะงักไปชั่วขณะ สายตาจ้องมองไปที่หลี่เต้า “หัวหน้า ตามที่ท่านว่ามานั้น หมายความว่า…”
หลี่เต้ายิ้มบาง ๆ กล่าวว่า “แทนที่จะกลับไปให้ผู้อื่นสั่งการจนกลายเป็นเนื้อหมูในสนามรบ สู้พวกเราเก็บอำนาจการตัดสินใจไว้ในมือตัวเองดีกว่า”
สิ่งที่เขาพูดมานั้นไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาได้เข้าใจแล้วว่าทำไมทหารอันธพาลแห่งค่ายหวงซาถึงก่อตั้งขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าทุกฝ่ายต่างไม่พอใจพวกเขา
และค่ายทหารธรรมดาที่ทุกฝ่ายต่างไม่พอใจนั้น จะมีจุดจบอย่างไรในสงครามครั้งใหญ่เช่นนี้? แม้แต่คิดด้วยก้นก็รู้ว่าสุดท้ายมีโอกาสสูงที่จะถูกส่งไปเป็นเนื้อหมูสับในสนามรบ
พูดง่าย ๆ คือหากค่ายหวงซากลับไปจริง นอกจากจะมีอิสระหน่อยแล้ว สถานะก็คงอยู่เหนือค่ายนักโทษประหารเพียงเล็กน้อย แม้แต่สิทธิ์มีเสียงก็ไม่มีเลยสักนิด
ดังนั้นหลี่เต้าจึงไม่มีความสน