ใจที่จะไปยังด่านฟู่เฟิงแต่อย่างใด เพราะเขารู้ว่าหากอยู่ที่ค่ายหวงซา พวกเขายังมีอำนาจตัดสินใจ แต่หากไปแล้วก็เหมือนปลาบนเขียง
เขาไม่เคยลืมว่าตนเองมาถึงค่ายหวงซาได้อย่างไร?
จางเมิ่งก็ไม่ได้โง่ ไม่นานก็เข้าใจเหตุผลทั้งหมด จนถึงกับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาชั่วขณะ
เขาดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าหากพวกตนไปยังด่านฟู่เฟิงอาจจะพบกับจุดจบเช่นไร
เมื่อเข้าใจแล้ว จางเมิ่งก็กล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล “หัวหน้า ท่านบอกมาเถิดว่าต้องการให้พวกเราทำอะไร พวกเราจะทำตามท่าน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้ามองแผนที่ชนเผ่าเป่ยหมานบนโต๊ะ พลางเอ่ยเสียงเบา “แม่ทัพที่ออกรบสามารถฝ่าฝืนคำสั่งได้”
“ให้เสวียปิงส่งจดหมายด่วนถึงแม่ทัพจ้าว แจ้งว่าค่ายหวงซาก่อนหน้านี้ถูกโจมตี บัดนี้บาดเจ็บอย่างหนัก ไม่สามารถพาผู้บาดเจ็บเดินทางไกลกลับด่านฟู่เฟิงได้ จึงขอเลือกที่จะอยู่รักษาการณ์ที่ค่ายหวงซาชั่วคราว”
จางเมิ่งพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ข้าจะไปแจ้งเสวียปิงเดี๋ยวนี้”
หลี่เต้ามองส่งจางเมิ่งที่เดินออกจากกระโจม สายตาของเขากลับมาจดจ่อที่แผนที่ตรงหน้าอีกครั้ง
เขาพึมพำกับตัวเอง “ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ขนาดนี้ ไม่เล่นสงครามกองโจรก็คงจะน่าเสียดาย”
แต่หากคิดจะทำเช่นนั้นจริง ๆ ก็คงต้องมีข้อเรียกร้องที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นม้า หรือคนที่จะเล่นสงครามกองโจร
…
ยามราตรี ณ ลานฝึก
หลี่เต้าสั่งให้จางเมิ่งและเสวียปิงแจ้งทุกคนให้มารวมตัวกัน
หลังจากนั้น เขาก็เล่าเรื่องจดหมาย