ัดบดขยี้จนกลายเป็นละอองเลือดกลางอากาศ
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ถังซานรู้สึกตากระตุก และรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
หากหมัดนี้ตกลงบนร่างของเขา คงไม่ต่างจากชะตากรรมของเหล่าทหารพวกนี้
ในเวลาเดียวกันนั้น แรงสั่นสะเทือนใต้เท้าก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
มองไปรอบทิศก็เห็นเงาดำ ๆ ปรากฏขึ้นจากที่ไกล ๆ พร้อมกับระยะห่างที่ลดน้อยลง เงาดำเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
เป็นกองทัพทหารม้าและทหารราบสวมชุดเกราะวิ่งมาจากทุกทิศทาง
ทหารม้าแบ่งออกเป็นหลายกอง แต่ละกองชูธงใหญ่ มีทั้งธงลายเปลวไฟสีแดงเพลิง ธงลายเมฆสีขาว และธงลายพฤกษาสีเขียว
แต่ละธงเป็นตัวแทนของเผ่าเลี่ยหั่ว เผ่าลั่วอวิ๋นและเผ่าถ่ามู่
ทางด้านนี้ เสิ่นจงที่กำลังโกรธจัดกำลังจะลงมืออีกครั้ง แต่จู่ ๆ ก็มีคนมาจับแขนเอาไว้
“ท่านแม่ทัพใหญ่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาระบายความโกรธ” จ้าวถ่งกล่าวพลางห้ามเสิ่นจงเอาไว้
เมื่อได้ยินคำพูดของถังซาน จ้าวถ่งก็รู้สึกโกรธแค้นเช่นกัน อยากจะกินเลือดกินเนื้อคนพวกนี้ทั้งเป็น แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่อำนวย
ดูจากสถานการณ์ของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ชัดเจนว่าพวกเขาเตรียมการมาอย่างดี
เมื่อได้ยินดังนั้น แม้เสิ่นจงจะยังคงโกรธอยู่ในใจ แต่สติก็กลับมาหลายส่วน
ปกติแล้วเสิ่นจงเป็นคนที่มีความหนักแน่นมาก ไม่แสดงอารมณ์ออกมาง่าย ๆ
ที่เขาโกรธเช่นนี้ก็เพราะว่าเขารู้จักกับบิดามารดาบุญธรรมของถังซาน อีกทั้งบิดาบุญธรรมของเขาก็เคยเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของเสิ่นจง ถังซานก็ถ