ั้นเขาย่อมไม่มีทางต่อกรได้แน่ แต่มันจะเป็นไปได้หรือ?
ในสงครามของมนุษย์ธรรมดา มีกฎห้ามผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ขึ้นไปแทรกแซงตามอำเภอใจ มิเช่นนั้นอาณาจักรทั้งหลายจะรวมตัวกันโจมตี นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกอย่าง แค่เผ่าถ่ามู่เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะหาผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์มาได้
สรุปแล้ว ความมั่นใจทั้งหมดล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานความสามารถของตัวเขาเอง
เสิ่นจงมองไปทางถังซานแล้วกล่าวว่า “เจ้าจงส่งคนไปสืบดู ออกไปให้ไกลหน่อยก็ได้”
“รับคำสั่ง” ถังซานพยักหน้าแล้วเดินออกจากกระโจม
ฉีเซิ่งที่อยู่ข้าง ๆ นึกถึงคำพูดเหล่านั้นที่มาจากหลี่เต้าที่เขาเคยกลั่นแกล้ง จึงอดไม่ได้ที่จะพูดต่อ “แม่ทัพจ้าว หากการคาดเดาของท่านครั้งนี้ผิดพลาด ท่านไม่อาจปกป้องทหารใหม่ชื่อหลี่เต้าคนนั้นได้”
“เรื่องเช่นนี้จะว่าไปก็แค่คำพูดเพ้อเจ้อชั่วครู่ แต่หากจะพูดให้หนักแล้ว นั่นคือความพยายามที่จะก่อสงคราม ข้าหวังว่าเมื่อผลออกมาแล้ว ท่านจะลงโทษเขาอย่างหนัก”
ที่จริงแล้ว ฉีเซิ่งอยากจะพูดว่าให้ประหารหลี่เต้าเสียเลย แต่พอคิดอีกที คงเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นทหารใหม่ที่มีความทะเยอทะยาน แทนที่จะให้ตายอย่างสบาย สู้ปล่อยให้มีชีวิตอยู่อย่างทรมานเสียยังดีกว่า พอคิดถึงตรงนี้ ในใจเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
เมื่อได้ยินคำพูดของฉีเซิ่ง แม่ทัพจ้าวขมวดคิ้วแล้วกล่าวตรง ๆ “เรื่องในค่ายหวงซานี้ ข้าสามารถจัดการได้เอง ไม่ต้องให้ท่านฉีต้องเป็นกังวลแล