” เมื่อได้ยินดังนั้น ถังซานก็พยักหน้าติด ๆ กัน “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ หลังจากวันนี้ข้าจะดูแลอย่างเข้มงวดแน่นอน”
เสิ่นจงเห็นท่าทางจริงจังของเขา จึงพยักหน้า “ขอเพียงแค่แก้ไขได้ก็ดีแล้ว” ในขณะนั้นเอง มีเสียงโวยวายดังมาจากนอกกระโจม
“ท่านแม่ทัพเสิ่นอยู่ที่นี่หรือไม่? ข้าต้องการพบท่านแม่ทัพเสิ่น อย่าขวางข้า ข้ามีเรื่องสำคัญต้องรายงานท่านแม่ทัพเสิ่น”
“พวกหน้าโง่ ข้าบอกแล้วว่าอย่าขวาง ข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงาน ถ้าข้ารายงานไม่ได้ พวกเจ้าซวยแน่!” จากนั้นก็มีเสียงด่าทอหยาบคายดังต่อเนื่อง
เสียงดังลอดเข้ามาในกระโจมใหญ่อย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนสีหน้าไม่สู้ดี โดยเฉพาะถังซานที่ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าไม่พอใจ
เสิ่นจงที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลักขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงทุ้ม “ฉีเซิง ออกไปดูข้างนอกว่าเกิดอะไรขึ้น” “ขอรับ” ฉีเซิงลุกขึ้นประสานมือคำนับและกำลังจะออกไป
ในชั่วขณะถัดมา มีเงาร่างหลายคนลอยกระเด็นเข้ามาในกระโจม ตามด้วยเสียงด่าทอที่ดังขึ้นอีกครั้ง
“เจ้าพวกนี้! บอกแล้วว่าอย่าขวางข้า ข้ามีเรื่องสำคัญจะรายงาน ยังจะฝืนขวางอีก คราวนี้บาดเจ็บกันแล้วใช่ไหม?!” จากนั้น ร่างสูงใหญ่กำยำก็เดินเข้ามา
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ฉีเซิงก็รีบพาองครักษ์ทั้งหมดมาขวางหน้าเสิ่นจงโดยไม่รู้ตัว ถังซานก็ชักดาบยาวที่เอวออกมาในทันที
“บังอาจนัก เจ้ามือสังหาร!!” เมื่อเห็นองครักษ์ที่เหลือล้อมคุ้มกันเสิ่นจงอยู่ ฉีเซิงก็กำลังจะชักดาบออกมา
“ช้าก่อน!” เ