ป็นใคร บางคนก็ไม่สนใจอีกต่อไปและกลับไปวิจารณ์เรื่องของตนต่อแต่เมื่อหลี่เต้าหยิบป้ายที่จ้าวถ่งมอบให้ออกมา ทุกคนก็เงียบลงในทันที
ในตอนนั้น หัวหน้ากองร้อยหลายคนก็ก้าวออกมา“หลี่เต้า เหตุใดป้ายคำสั่งของแม่ทัพจ้าวจึงอยู่ในมือเจ้า?”หลี่เต้ามองคนที่พูดแวบหนึ่ง แล้วกล่าวตรง ๆ ว่า“แม่ทัพจ้าวถ่งมีธุระเมื่อคืน ก่อนจากไปได้มอบป้ายคำสั่งให้ข้าเป็นผู้บังคับบัญชาชั่วคราวของค่ายหวงซา”
“เป็นไปไม่ได้ เจ้าเป็นเพียงหัวหน้าหมู่เท่านั้น” หัวหน้ากองร้อยอีกนายออกมาคัดค้านหลี่เต้ามีสีหน้าเรียบเฉยต่อเรื่องนี้ เพียงแค่ชูป้ายคำสั่งขึ้นแล้วกล่าวว่า“เห็นป้ายคำสั่งเสมือนเห็นแม่ทัพใหญ่ พวกเจ้าจะไม่ทำตามกฎก็ได้ แต่ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง”
ตอนแรกการต่อสู้ในหุบเขาของหลี่เต้าก็ทำให้ผู้คนมากมายตกใจกลัวแต่เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ผู้คนค่อย ๆ ลืมเรื่องเหล่านี้ไปหัวหน้ากองร้อยนายหนึ่งที่อารมณ์ร้อนก้าวออกมากล่าวทันทีว่า “เจ้าลองให้ข้ารับผิดชอบผลที่ตามมาดูสิ”“อย่างนั้นหรือ?”
หลี่เต้าหันกลับมา ดวงตาคู่หนึ่งตกลงบนร่างของผู้พูด“ข้า…” ผู้พูดเพิ่งจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นหัวใจของเขาพลันรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง รู้สึกใจสั่นราวกับว่าถ้าพูดอะไรออกมาผิด ๆ จะมีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้น
ในขณะที่เขากำลังลังเลอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องแหลมดังขึ้นบนท้องฟ้าทุกคนเงยหน้ามองขึ้นไปโดยไม่รู้ตัว เห็นนกสีดำตัวหนึ่ง