นไหว้จำนวนไม่น้อยนี่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ศรัทธาในเฟิ่งเทียนต่างเฝ้ารอทว่าเพื่อรับราชอาณาจักรใหญ่เช่นนี้ จำเป็นต้องให้ต้าจิ่งตระเตรียมล่วงหน้าหากไม่เช่นนั้นจะเกิดความปั่นป่วนยากควบคุม
จีอู๋จวินยิ้มพลางกล่าวว่า“ดูท่าต้าจิ่งไม่จำเป็นต้องออกศึกพิชิตแคว้นอื่นแล้ว ราชอาณาจักรแปดทิศต่างยอมมามอบตนเอง”
นายท่านไป๋ซึ่งกำลังฝึกเจียงเทียนมิ่งอยู่เอ่ยอย่างทอดถอนใจ“นี่คือเส้นทางที่เกินจินตนาการของบรรพชน มีเพียงเทพเซียนเท่านั้นจึงจะทำได้”
เจียงฉางเซิงไม่ได้กล่าวสิ่งใด ยังคงฝึกฝนต่อไปไป๋ฉีหันไปมองเจียงเทียนมิ่ง “เจ้าตัวแสบ คิดอะไรเหม่อลอยอยู่”
เจียงเทียนมิ่งนั่งอยู่ตรงหน้านายท่านไป๋ สายตาเหม่อลอยไม่รู้กำลังครุ่นคิดเรื่องอันใดแม้ได้ยินถ้อยคำของไป๋ฉีเขาก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรนายท่านไป๋อดไม่ได้หยิบม้วนตำราในมือเคาะศีรษะเขาเบาๆ เจียงเทียนมิ่งถึงได้ราวกับตื่นจากฝัน
“เทียนมิ่ง เจ้าคิดอะไรอยู่” นายท่านไป๋เอ่ยถามอยู่ต่อหน้าเจียงเทียนมิ่งเขาย่อมมิกล้าดุด่า เพราะมรรคาจารย์ยังอยู่ข้างกาย
เจียงเทียนมิ่งขมวดคิ้ว บนใบหน้าที่เยาว์วัยเต็มไปด้วยความสับสน เขาเอ่ยว่า“เมื่อครู่ข้ารู้สึกราวกับฝันไป ฝันเห็นเขามังกรผงาดถูกห้อมล้อม”
เมื่อถ้อยคำนั้นเอ่ยออกมา ทุกคนต่างหันมองเขา แม้แต่เจียงฉางเซิงก็ลืมตาขึ้น
“อะไรนะ ใครกล้าห้อมล้อมเขามังกรผงาด เสียสติไปแล้วหรือ” ไป๋ฉีเอ่ยด้วยความตกใจ
เจียงเทียนมิ่งเกาศีรษะ “มีทั้งคน ทั้งอสูร แล