ปกว่านั้น ต่อไปก็ต้องอยู่ในค่ายทหารเดียวกัน หากเป็นของปลอมสักวันก็ต้องถูกจับได้ เมื่อถึงตอนนั้นคงจะยิ่งแย่กว่าเดิม
เมื่อเห็นพวกทหารอันธพาลเหล่านี้สงบลงทีละคน จ้าวถ่งก็มองด้วยสายตาดูแคลน นึกว่าพวกนี้จะมีใครกล้าออกมาลองดีสักคนสองคนเสียอีก แต่แค่นี้เองหรือ? เขาก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ ให้เกียรติทหารใหม่ด้วย ไม่เช่นนั้นเขาคงจะเข้าไปลองเองแล้ว
มองดูแขนขาที่กระจัดกระจายรอบ ๆ จ้าวถ่งขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “มา! นับศพพวกเป่ยหมานพวกนี้ดู แล้วคำนวณผลงานความดีความชอบด้วย”
มีคนหนึ่งเดินออกมาจากฝูงชน มองดูความยุ่งเหยิงรอบ ๆ ด้วยสีหน้าตกตะลึงปนสิ้นหวัง แย่แล้ว! แขนขาเยอะขนาดนี้ จะให้เขานับอย่างไร แต่กฎคือกฎ เขาจำต้องฝืนใจทำต่อไป
จ้าวถ่งเดินมาหยุดตรงหน้าหลี่เต้าจ้องมองตรง ๆ “เจ้าชื่อหลี่เต้าใช่หรือไม่?”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ”
ทันใดนั้น จ้าวถ่งก็ยิ้มกว้าง ก้าวเข้ามาตบไหล่ “วันนี้ต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะเจ้า พวกเราคงยากที่จะจับทหารม้าเป่ยหมานพวกนี้ได้ เจ้าไม่รู้หรอก ช่วงนี้พวกเราถูกชาวเป่ยหมานพวกนี้รบกวนจนเหลือทนแล้ว”
คำพูดนี้เป็นความจริง หากไม่ใช่เพราะหลี่เต้าสกัดกั้นอย่างไม่คาดคิด วันนี้พวกเขาคงต้องกลับไปอย่างผิดหวัง หลี่เต้ากล่าวตรง ๆ “หากท่านแม่ทัพอยากขอบคุณข้าจริง ก็ขอเพียงให้ข้าได้ออกรบฆ่าศัตรูให้มากขึ้นก็พอ”
จ้าวถ่งชะงัก “เพราะเหตุใด? คนส่วนใหญ่ล้วนรังเกียจเรื่องเช่นนี้มิใช่หรือ?”
หลี่เต้าทำห