ื่อเขาได้เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน สายตาของเขาจับจ้องหลี่เต้า ก่อนจะกวาดมองทหารม้าเป่ยหมานที่ก่อนหน้านี้ต่างหันหัวม้ากรูกันเข้ามาอย่างไม่ลดละ เสวียปิงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอด้วยความตื่นตระหนก ราวกับจู่ ๆ ก็หวนนึกถึงเรื่องของหลี่เต้า สิ่งเหล่านั้นพลันประจักษ์แก่ใจและกลายเป็นความจริงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป!
“เสวียปิง เจ้ารู้อะไรบางอย่างหรือ?” จ้าวถ่งจ้องมองไปที่เสวียปิง
เสวียปิงได้สติกลับมา แล้วเข้าไปกระซิบบอกอะไรบางอย่างที่ข้างหูของจ้าวถ่ง ตอนแรกสีหน้าของจ้าวถ่งยังไม่เปลี่ยน แต่พอฟังจนจบก็ถึงกับเบิกตาโพลง ทำหน้าไม่อยากเชื่อ
“เสวียปิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าการหลอกลวงผู้บังคับบัญชามีโทษเพียงใด?”
“ท่านแม่ทัพ ข้าจะกล้าหลอกท่านได้อย่างไร ข้าเพิ่งรู้จักเขาเมื่อไม่นานมานี้เอง”
“ฮึ่ย!” จ้าวถ่งสูดหายใจเฮือก หากสิ่งที่เสวียปิงพูดเป็นความจริง นั่นก็หมายความว่าค่ายหวงซาของพวกเขาได้ต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่มาเยือนเสียแล้ว
ในขณะนี้ บรรยากาศรอบกายยังคงเต็มไปด้วยความคลุมเครือ เหล่าทหารในค่ายหวงซาที่อยู่รายรอบต่างไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขารู้เพียงว่า หลี่เต้าคือทหารใหม่ที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความสับสน ทหารอันธพาลกลุ่มหนึ่งเกิดความอยากรู้อยากเห็นถึงทหารใหม่ที่ดูโดดเด่นเกินหน้าผู้อื่น และคิดจะลองดี ด้วยการเดินเข้าไปหาหลี่เต้าอย่างไม่เกรงกลัว สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยแว