มานที่เหลือ พลางเผยรอยยิ้มสดใส
“พวกเจ้า ยังไม่รีบมาตายอีกหรือ?”
ประโยคนี้ราวกับเป็นหนามที่ทิ่มแทงหัวใจของทหารม้าเป่ยหมานทั้งหมด
เมื่อสายตาจับจ้องไปยังหลี่เต้า ผู้ซึ่งทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือด ภายใต้แสงอาทิตย์อัสดง แสงสีทองแดงที่ลูบไล้ร่างเขาทาให้ภาพนั้นยิ่งดูน่าสะพรึงกลัว รอบกายของเขาเต็มไปด้วยซากศพของเหล่าพี่น้องร่วมชนเผ่าที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทิศทาง กลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปในอากาศ
ในช่วงเวลาอันเงียบงันนี้ ความรู้สึกหวาดผวาได้แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของชนเผ่าเป่ยหมานที่เหลืออยู่ พวกเขามองดูหลี่เต้าราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่ามนุษย์ปกติ สายตาแต่ละคู่สะท้อนถึงความหวาดกลัวอย่างลึกซึ้ง ภาพของเขาในยามนี้ไม่ได้เป็นเพียงชายผู้ถืออาวุธ แต่กลายเป็นร่างของปีศาจนักฆ่าที่ปลดปล่อยความตายออกมาพร้อมกับทุกการเคลื่อนไหว!
“อ๊าาาาา! ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
ทันใดนั้น ทหารม้าเป่ยหมานคนหนึ่งอาจจะทนแรงกดดันทางจิตใจที่หลี่เต้ามอบให้ไม่ไหว จึงหันหลังวิ่งหนีไปทันที
การหนีครั้งนี้ราวกับจุดชนวนบางอย่าง ทหารม้าเป่ยหมานจำนวนมากต่างเลือกที่จะหนี
ในตอนนี้ในใจของพวกเขา การเผชิญหน้ากับปีศาจนักฆ่าที่ขวางทางอยู่ไม่มีโอกาสชนะเลย แต่การปะทะกับทหารม้าต้าเฉียนที่อยู่ด้านหลังกลับมีความหวังที่จะหนีรอดได้บ้าง
“อย่าหนี อย่าหนีนะ!”
หัวหน้าชนเผ่าเป่ยหมานตะโกนด้วยความโกรธแค้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
แต่ในตอนนี้อำนาจของเขาได้