กับพื้นพลางส่งเสียงครางแผ่วเบา เหยี่ยวไห่ตงชิงทั้งสองตัวก็ก้มคอที่เต็มไปด้วยความทะนงองอาจลง เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เต้าจึงเก็บกลั้นกลิ่นอายสังหารของตน จากนั้นก็ยื่นมือออกไปเคาะศีรษะของสัตว์น้อยทั้งสี่ทีละตัว
“ข้าคิดว่าก่อนตายพ่อแม่ของพวกเจ้าคงไม่อยากให้พวกเจ้าฆ่าฟันกันเองแล้วตามรอยพวกเขาไป ดังนั้นต่อไปจงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข หากผู้ใดไม่ยอมอยู่อย่างสงบ ข้าก็จำต้องบังคับให้เจ้าสงบเอง” หลี่เต้ามองสัตว์น้อยทั้งสี่พลางกล่าวอย่างจริงจัง เมื่อเห็นสัตว์น้อยทั้งสี่ไม่มีปฏิกิริยา เขาจึงขมวดคิ้วแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น “หากเข้าใจแล้วก็ส่งเสียงมาสักหน่อย”
“โฮก…” “แค็ก…” สัตว์น้อยทั้งสี่ส่งเสียงน่าสงสารออกมา เห็นเช่นนั้น หลี่เต้าจึงพยักหน้าอย่างพอใจ “พอเถอะ เลิกทำท่าน่าสงสารได้แล้ว ตามข้าออกไปรู้จักผู้คนกันเถิด”
ที่ลานบ้าน จิ่วเอ๋อร์กำลังรดน้ำดอกไม้พร้อมกับหยวนเป่า แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่ประตูห้องของหลี่เต้านางสงสัยนักว่าคุณชายเพิ่งนำอะไรกลับมา พอได้ยินเสียงประตูเปิด นางก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง
“คุณชาย พวกมันทั้งสี่ตัวนี้คือ?” จิ่วเอ๋อร์สังเกตเห็นสัตว์ตัวน้อยทั้งสี่ตัวด้วยความประหลาดใจ แต่ไม่นานก็แสดงสีหน้าชื่นชอบออกมา เพราะหลังจากผ่านการชำระด้วยเลือดวิเศษ สัตว์ตัวน้อยทั้งสี่ตัวที่แต่เดิมก็น่ารักอยู่แล้ว ยิ่งมีความน่าเอ็นดูเพิ่มขึ้นจนน่าหลงใหล
“เพิ่งออกไปซื้อมาวันนี้ พอข้าไปเป็นทหาร ลูกหมา