วยใบหน้าที่แดงก่ำ “มี”
“มีหรือ?” หลี่เต้าสีหน้าฉงนสงสัย “ข้าว่าข้าคงไม่เคยพบเจ้ามาก่อนกระมัง”
ปี้โหยวเอ๋อร์ที่ได้ยินก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ จู่ ๆ นางก็ชี้นิ้วขาวนวลไปยังทิศทางหนึ่ง “เขาช่วยใช้เส้นสายให้เจ้าเข้าร่วมขบวนรถของพวกข้า”
หลี่เต้าหันไปมอง เห็นหัวหน้าองครักษ์ที่ช่วยให้เขาเข้าร่วมขบวนของตระกูลเถี่ย ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจความหมายในคำพูดของนาง เขารู้สึกพูดไม่ออกและจนปัญญาอยู่ครู่หนึ่ง
เรื่องเช่นนี้ในสายตาเขาถือว่าปกติ แต่เมื่อมองเห็นสีหน้าจริงจังของหญิงสาวตรงหน้า กลับรู้สึกว่าไม่ปกติ ที่จริงหากพิจารณาให้ดี เขาก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่ถูกต้อง คิดมาถึงตรงนี้เขายิ่งรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้พูดให้ชัดเจน อดทนสักหน่อยก็ผ่านไปได้
ตอนนี้พูดชัดเจนไปแล้วคงต้องแก้ไขให้จบ อย่างไรเสียหญิงสาวผู้นี้ก็เป็นสาวใช้คนสนิทของคุณหนูผู้นั้น หากนางไปพูดอะไร เขาอาจถูกไล่ออกจากขบวนก็เป็นได้
แล้วตอนนั้นเขาจะทำอย่างไร? จะให้จ่อดาบใส่คุณหนูตระกูลเถี่ย แล้วบังคับให้นางพาเขาเข้าเมืองหลวงหรือ? นั่นมันเท่ากับเดินเข้าไปติดกับเองชัด ๆ
ดังนั้น… หลี่เต้าจึงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ก็ได้ เป็นความผิดของข้าเอง แล้วแม่นางโหยวเห็นว่าควรทำอย่างไรดี?”
“ข้า…” คำพูดนี้ทำให้ถึงคราวปี้โหยวเอ๋อร์ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ตามความคิดแรกของนางคือ ไล่คนที่ไม่รักษากฎระเบียบพวกนี้ออกจากขบวนรถ
นางมองไปรอบ ๆ เห็นแต่ทุ่งร้างป่าเปล