ี่ยว รู้สึกว่าไม่เหมาะสม นางเป็นคนใจดี หากทิ้งคนไว้ที่นี่ แล้วเกิดมีคนตายขึ้นมาจะทำอย่างไร? แต่พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หากไม่ทำอะไรสักอย่างนางคงไม่สบายใจ
ในที่สุดปี้โหยวเอ๋อร์ก็นึกถึงคุณหนู นางจึงพองแก้มมองชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยสองพยางค์ออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “คนเลว!”
หลังจากพูดจบ นางก็ไม่ทำอะไรอื่น เพียงแค่ยืนอยู่กับที่เบิกตาโตจ้องมองเขา นางไม่รู้ว่าตนเองทำเช่นนี้ไปทำไม รู้เพียงแค่ว่าบางครั้งคุณหนูของนางเพียงแค่จ้องมองโดยไม่พูดอะไรก็ทำให้ผู้คนมากมายตกใจจนถอยหนีไปได้ แต่หลี่เต้าผู้เป็นเจ้าของเรื่องกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ซ้ำยังรู้สึกว่าน่าสนุกเสียด้วย
เมื่อเดานิสัยของหญิงสาวตรงหน้าออก เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “เช่นนี้ก็แล้วกัน เพื่อเป็นการลงโทษที่ข้าแอบปะปนเข้ามาในขบวนรถ ข้าจะชดใช้ให้พวกเจ้าเป็นอย่างไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น ปี้โหยวเอ๋อร์หันกลับมามองด้วยสีหน้าเคลือบแคลง แล้วถามว่า “เจ้าจะชดใช้อย่างไร?”
“ชดใช้เป็นเงินดีหรือไม่?”
“ได้ ตามราคาของสำนักคุ้มกันตระกูลเถี่ย การคุ้มกันคนหนึ่งคนเริ่มต้นที่สิบตำลึงทอง”
สิบตำลึงทอง? นั่นคือหนึ่งพันตำลึงเงินเชียวนะ?
หลี่เต้าคิดว่าเด็กสาวตรงหน้าต้องการปล้นเงินของเขา แต่เมื่อคิดอีกที ด้วยสถานะของสำนักคุ้มกันตระกูลเถี่ย เงินสิบตำลึงทองก็ไม่ได้มากมายอะไร เขามองเด็กสาวตรงหน้าพลางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยว่า “แล้วถ้าข้าไม่มีเงินพอล่ะ?”
หลี่เต้าไม่ให้โอกาสเ