ด็กสาวตรงหน้าได้พูดต่อ เขาถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ดูท่าข้าคงต้องถูกเจ้าไล่ออกจากขบวนเสียแล้ว รอบ ๆ นี้ไม่มีหมู่บ้านหรือร้านค้าใด ๆ อีกทั้งยังอยู่กลางป่าเขา ไม่รู้ว่าชายหนุ่มผอมบางอ่อนแอเช่นข้าจะถูกสัตว์ป่ากินหรือไม่ หากเจอเข้าจริง ๆ ข้าคงต้องตายอย่างอนาถ เริ่มจากถูกสัตว์ป่าควักไส้ผ่าท้อง ฉีกหัวใจฉีกปอด สุดท้ายเหลือเพียงโครงกระดูกทิ้งร่างเน่าเปื่อยอยู่กลางป่าเปลี่ยว ข้า…”
“หยุด ๆ ๆ อย่าพูดอีกเชียวนะ!” ปี้โหยวเอ๋อร์ใบหน้าซีดขาว ตกใจกับภาพที่จินตนาการขึ้นในหัว นางเพียงต้องการตักเตือนคนผู้นี้ด้วยวาจาเท่านั้น ไหนเลยจะคิดไปถึงขั้นนั้น
ดูเหมือนนางกลัวว่าหลี่เต้าจะคิดมาก จึงรีบพูดว่า “ข้าไม่ต้องการเงินของท่านแล้ว”
เมื่อเห็นเด็กสาวตัวน้อยตกใจ หลี่เต้าก็รู้สึกสนใจขึ้นมาจึงพูดต่อว่า “หากไม่รับเงิน ข้าคงรู้สึกผิดมาก”
เมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าจริงจังเช่นนี้ ปี้โหยวเอ๋อร์รู้สึกเสียใจที่พูดมากเกินไป นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดว่า “เช่นนั้นท่านชดใช้ค่ารถด้วยวิธีอื่นแล้วกัน”
“วิธีใดหรือ?”
ปี้โหยวเอ๋อร์มองดูการแต่งกายของหลี่เต้าแล้วถามอย่างสงสัย “ดูจากลักษณะของเจ้าแล้ว น่าจะเป็นนักเดินทางจากแดนไกลกระมัง?”
“เจ้าต้องการจะบอกอะไร?”
ดวงตาของปี้โหยวเอ๋อร์เปล่งประกายวาบขึ้นทันที “เช่นนั้นเจ้าคงเคยไปหลายที่ คงได้รู้เรื่องราวมากมายสินะ”
หลี่เต้าชะงัก เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “ก็คง