กเดินทาง
หลี่เต้ามองส่งร่างทั้งสี่ค่อย ๆ หายลับไปบนทุ่งราบ ก่อนจะหันไปมองทางทิศเหนือ พลางพึมพำเบา ๆ “ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้วเช่นกัน” พูดจบก็สะบัดแส้ม้า ไม่นานร่างของเขาก็หายลับไปบนทุ่งราบทางทิศเหนือ
ในเวลาเดียวกัน บนกำแพงเมืองฉางผิง บุรุษในชุดเกราะสองคนยืนพิงกันอยู่
“ท่านแม่ทัพใหญ่ การที่หลี่เต้าจากไปเช่นนี้ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก” หลิวเหนิงมองไปยังร่างของหลี่เต้าที่อยู่ไกลออกไป แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
“ไม่น่าเสียดายหรอก”
“เหตุใดกัน?” เว่ยอวิ๋นมองไปด้านหน้า พลางยิ้มบาง ๆ “เพราะไม่ช้าก็เร็ว เขาต้องกลับมาแน่ ยุทธภพไม่เหมาะกับคนอย่างเขาหรอก สนามรบต่างหากที่เหมาะสม”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลิวเหนิงก็ชะงักไป ในหัวนึกย้อนถึงภาพของหลี่เต้าที่สังหารศัตรูในสนามรบ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “หากเขาได้ขึ้นสู่สนามรบ บางทีต้าเฉียนของพวกเราอาจจะได้ดาวมรณะเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก็เป็นได้”
เว่ยอวิ๋นตบบ่าหลิวเหนิงเบา ๆ พลางหัวเราะเบา ๆ “ตราบใดที่ดาบไม่ได้ฟันลงมาที่คอพวกเรา จะสนใจไปไยเล่า”
หลิวเหนิงหัวเราะฮ่า ๆ “พูดเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้ว”
……
สองวันต่อมา ณ เมืองอวี้เหมิน ที่นี่คือด่านประตูเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของแคว้นต้าเฉียน และยังเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองแรกที่จะพบหลังจากเข้าสู่แคว้นต้าเฉียนทางตะวันออก ภายใต้แสงอาทิตย์อันร้อนแรง มีชายผู้หนึ่งขี่ม้าเข้าใกล้ด่านตรวจ ทหารหนุ่มที่เฝ้าประตูเห็นดังนั้น จึงยกมือร้องตะโก