นทางที่ควรใช้เวลาเพียงครึ่งเดือน คงต้องใช้เวลาถึงหลายเดือนกว่าจะไปถึง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการหาคนนำทาง
“เช่นนั้นก็รบกวนด้วย” หลี่เต้าพยักหน้า เมื่อพูดจบ เขาก็ล้วงเงินสิบตำลึงออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนไป
“คุณชายช่างมีน้ำใจเหลือเกิน ท่านเป็นถึงสหายของท่านแม่ทัพเว่ยเลยนะขอรับ” ทหารยามรับเงินไว้พลางยิ้มแหย ๆ
“ไม่ต้องเกรงใจ เว่ยอวิ๋นก็คือเว่ยอวิ๋น ข้าก็คือข้า หากมีปัญหาใดให้เขามาหาข้า เงินจำนวนนี้ถือว่าเป็นค่าสุราให้พวกเจ้าพี่น้องดื่มกันเถิด” หลี่เต้าเอ่ยปากพูดออกมา เมื่อได้ยินเช่นนั้นทหารยามก็ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ประสานมือคำนับพลางกล่าวว่า “คุณชายวางใจได้ พวกข้าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”
ภายใต้การนำทางของทหารยาม หลี่เต้าจูงม้าเดินเข้าไปในเมืองอวี้เหมิน หลังจากเข้ามาในเมืองอวี้เหมินแล้ว หลี่เต้าถึงได้พบว่าเมื่อเทียบกับภายนอก ภายในเมืองอวี้เหมินนั้นเจริญรุ่งเรืองกว่าภายนอกอย่างเห็นได้ชัด ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยพรมและพ่อค้าที่ร้องขายของ มีทั้งโรงเหล้าและโรงเตี๊ยมครบครัน
ดูเหมือนทหารยามจะสังเกตเห็นความสงสัยของหลี่เต้า จึงอธิบายว่า “พวกนี้ล้วนเป็นพ่อค้าที่เดินทางผ่านไปมา แม้ชายแดนจะห่างไกล แต่สำหรับพ่อค้าจากนานาประเทศแล้ว ที่นี่กลับเป็นแหล่งทำเงิน พ่อค้าส่วนใหญ่ไม่อยากเดินทางไกลเกินไป จึงมาค้าขายกันที่นี่ นานวันเข้าที่นี่ยิ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้น แต่ท่านอย่าเพิ่งเห็นว่าพวกเขาเป็นมิตร เพราะไ