ม่มีพ่อค้าคนใดที่ไม่เจ้าเล่ห์ หากมีลมหวนใบไม้ไหว พวกนี้ล้วนเป็นพวกที่วิ่งหนีเร็วที่สุด”
พูดถึงตรงนี้น้ำเสียงของทหารยามเต็มไปด้วยความดูแคลน ไม่นานนักทหารยามก็นำหลี่เต้ามาถึงโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง หลี่เต้าเห็นป้ายที่แขวนอยู่เหนือโรงเตี๊ยมเขียนไว้ว่า ‘โรงเตี๊ยมตระกูลเถี่ย’ ด้านล่างยังมีป้ายเล็กอีกป้ายหนึ่ง เขียนตัวอักษรไว้เช่นกัน ‘สำนักคุ้มกันตระกูลเถี่ย’
“ไม่นึกเลยว่าที่นี่ก็มีกิจการของตระกูลเถี่ยด้วย” หลี่เต้าเคยได้ยินเรื่องราวของตระกูลเถี่ยมาบ้าง พวกเขาคือตระกูลพ่อค้าอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ต้าเฉียน กิจการของพวกเขาแผ่ขยายไปทั่วทั้งแคว้น แม้แต่ในแคว้นใกล้เคียงก็ยังมีกิจการของตระกูลเถี่ยและทุกแห่งล้วนมีขนาดใหญ่โต ความมั่งคั่งของตระกูลเถี่ยนั้นสามารถเทียบเท่ากับทั้งแคว้นเลยทีเดียว และนอกจากความมั่งคั่งแล้ว อำนาจของตระกูลเถี่ยก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยในแคว้นต้าเฉียน
ในทุกรุ่นของตระกูลเถี่ยจะมีสตรีแต่งเข้าราชวงศ์ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับราชวงศ์แห่งต้าเฉียน พวกนางล้วนมีตำแหน่งสูงศักดิ์ ดังนั้นตระกูลเถี่ยจึงเป็นพระญาติของราชวงศ์มาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลเถี่ยจึงไม่เคยถูกราชวงศ์ต้าเฉียนหวาดระแวง ตรงกันข้ามกลับมีการสนับสนุนมาโดยตลอด
ทั้งสองเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม เห็นเพียงผู้คนภายในล้วนเป็นกลุ่มคนที่ดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง มีลักษณะคล้ายคลึงกับหลี่เต้าอย่างมาก ทหารยามนำหลี่เต้าเดินมาที่โต๊ะต้อนร