ับ
“เสี่ยวเฉียน รบกวนเรียกเถ้าแก่ของพวกเจ้าออกมาหน่อย” ทหารยามกล่าวกับเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่หลังโต๊ะต้อนรับโดยตรง เสี่ยวเอ้อร์มองเห็นผู้มาเยือนชัดเจนแล้วจึงยิ้มพลางกล่าว “ได้ขอรับ ท่านทั้งสองโปรดรอสักครู่ ข้าจะไปแจ้งเถ้าแก่เดี๋ยวนี้”
ไม่นานนักเสี่ยวเอ้อร์ก็พาชายร่างท้วมที่สวมอาภรณ์หรูหราเดินออกมา “ว่าอย่างไรน้องชาย วันนี้สายลมใดหอบเจ้ามาที่นี่?” เจ้าของร้านกล่าวด้วยรอยยิ้มแจ่มใส
“อย่ามาสนิทสนมกับข้า” ทหารยามพูดตรง ๆ “ที่นี่มีคณะใหญ่ที่จะเดินทางไปเมืองหลวงบ้างหรือไม่ ข้าต้องการให้เจ้าช่วยจัดการให้คนผู้หนึ่งเข้าร่วมคณะด้วย”
“คณะใหญ่ที่จะไปเมืองหลวงหรือ?” เจ้าของร้านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอียงตัวเข้าไปกระซิบเบา ๆ “มีคณะใหญ่จริงๆ เป็นคณะของตระกูลเถี่ย แต่การจะเข้าร่วมนั้นค่อนข้างเข้มงวด ต้องมีภูมิหลังที่สะอาดบริสุทธิ์ ไม่ทราบว่าคนคนนี้…” ทหารยามหนุ่มจ้องเจ้าของร้านเขม็ง “เจ้าคิดว่าคนที่ข้าพามานั้นไม่ใช่คนบริสุทธิ์รึ?”
เจ้าของร้านยิ้มแหย ๆ “ไม่กล้า ๆ ข้าแค่พูดไปอย่างนั้นเอง” ทหารยามหนุ่มกล่าว “ช่างเถอะ ไม่อยากเสียเวลาพูดกับเจ้า ช่วยจัดการให้สหายผู้นี้เข้าร่วม เจ้าก็จะได้น้ำใจจากข้าสักครั้ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเจ้าของร้านก็เป็นประกาย น้ำใจครั้งนี้มีค่าไม่น้อย แต่เมื่อนึกถึงผู้นำคณะคนนั้น เขาจึงถามออกไปอีกประโยคด้วยความไม่แน่ใจ “เจ้าแน่ใจหรือว่าคนที่พามาด้ว