เสิ่นซานกำลังพยุงสวีหู่วิ่งมาหา
ด้านหลังของทั้งสองคน มีเงาร่างหนึ่งไล่ตามมาไม่หยุด ระยะห่างยิ่งแคบลงเรื่อย ๆ
“ยังจะหนีอีกหรือ? ไปตายซะ!”
แม้ว่าเสิ่นซานจะเชี่ยวชาญวิชาตัวเบา แต่เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์กึ่งเซียนเทียน ถือว่าด้อยกว่าอยู่บ้าง
ไม่นานเขาก็ถูกไล่ตามทัน เล่ยซิ่นยกไม้พลองขึ้นฟาดทั้งสองคนทันที
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะถูกฟาด จู่ ๆ ก็มีดาบยาวเล่มหนึ่งเข้ามาขวางไม้พลองนั้นไว้
“พี่ใหญ่!”
เมื่อเห็นคนที่มา เสิ่นซานก็มีสีหน้ายินดี
“มาช่วยหรือ?”
เล่ยซิ่นเห็นมีคนมาขวางไม้ของตน สีหน้าดูไม่ดีขึ้นหลายส่วน คนแล้วคนเล่า มักจะมีผู้คนมาขวางทางเขาตลอด!
ไอสังหารพลันพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง เล่ยซิ่นยกไม้พลองขึ้นโจมตีอย่างไม่ลังเล
“พลองเพลิงโลกันตร์!”
ท่อนไม้ยาวหมุนวนและมีเปลวเพลิงห่อหุ้มรอบท่อนไม้ พุ่งตรงเข้าหาหลี่เต้า
“พี่ใหญ่ระวัง!” เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น เสิ่นซานสะดุ้งตกใจ
แต่ในวินาทีถัดมา มีคนเตะเข้าที่ร่างของเขาจนกระเด็นออกไปพร้อมกับสวีหู่
หลี่เต้ายกดาบขึ้นป้องกันทันที
ในดวงตาของเล่ยซิ่นก็ปรากฏแววเจ้าเล่ห์วูบหนึ่ง เมื่อดาบเหล็กทมิฬและไม้พลองปะทะกัน เปลวเพลิงบนไม้พลองก็พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของหลี่เต้าทันที
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เต้าหรี่ตาลง ยกมือขึ้นป้องกันใบหน้า
“ฮ่า ๆ เปลวเพลิงของข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะป้องกันได้ง่าย ๆ” เล่ยซิ่นหัวเราะอย่างมั่นใจพลางเอ่ย
ขณะนั้นเปลวเพลิงค่อย ๆ จางหายไป ร