าน หลี่เต้าวางจอกสุราลงแล้วถามตรง ๆว่า “ต้องการให้พวกเราทำอะไร?”
สำหรับเขาแล้ว การมีภารกิจถือเป็นเรื่องดี ยิ่งทำเสร็จเร็วเท่าไหร่ยิ่งสามารถหลุดพ้นจากสถานะนักโทษประหารได้เร็วเท่านั้น
เว่ยอวิ๋นได้ยินดังนั้นจึงกล่าวตรง ๆ ว่า “แม้พวกเราจะตัดการติดต่อระหว่างเผ่าถ่ามู่และเผ่าลั่วอวิ๋นของชาวเหนือได้ชั่วคราว แต่เผ่าถ่ามู่ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น”
“ตามข่าวที่แนวหน้าของพวกเราสืบมาได้ นอกจากเผ่าถ่ามู่จะเจรจากับเผ่าลั่วอวิ๋นแล้ว ยังสั่งทำลูกธนูหนึ่งแสนดอกจากเผ่าเลี่ยหั่วที่อยู่ทางเหนือด้วย หากไม่มีอะไรผิดพลาด ลูกธนูเหล่านี้คงจะใช้รับมือกับกองทัพต้าเฉียนของพวกเรา”
ได้ยินดังนั้นเสิ่นซานสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “เจ้าอย่าบอกนะว่าภารกิจครั้งนี้จะให้พวกเราไปสกัดลูกธนูหนึ่งแสนดอกนั่น?”
เว่ยอวิ๋นส่ายหน้า “แน่นอนว่าไม่ใช่”
เสิ่นซานถอนหายใจด้วยความโล่งอก “อย่างนี้ค่อยฟังดูดีหน่อย”
แต่ทันใดนั้นเว่ยอวิ๋นก็กล่าวต่อ “ไม่ใช่การต้านลูกธนูหนึ่งแสนดอก แต่เป็นการหาวิธีทำลายลูกธนูหนึ่งแสนดอกต่างหาก”
ปัง!
เสิ่นซานลุกพรวดพลางตบโต๊ะ “นี่! อย่าคิดว่าพวกข้าเป็นคนโง่ ลูกธนูหนึ่งแสนดอกไม่ใช่สิ่งที่องค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นผู้ไร้ค่าผู้นั้นจะเทียบได้ ผู้คุ้มกันลูกธนูเหล่านี้ต้องมีจำนวนมาก อีกทั้งยอดฝีมือคงไม่น้อย เจ้าคิดจะส่งพวกข้าไปตายชัด ๆ!”
เว่ยอวิ๋นไม่ได้โกรธเคืองต่อท่าทีของเสิ่นซานแต่อย่างใด ด้วยไม่มีอะไรต้องไปถือสาคนโง่เขลาเ