ากพวกเจ้าฆ่าข้า บิดาของข้าจะไม่ปล่อยพวกเจ้าไว้แน่”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นซานก็หัวเราะเบา ๆ “องค์ชายสาม เจ้ารู้จักพวกข้าหรือไม่?”
“ข้า… ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า”
“เจ้ายังไม่รู้จักพวกข้าเลย แล้วจะหวังให้บิดาของเจ้ารู้จักพวกข้าได้อย่างไร? สังหารเจ้าเสีย ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพวกข้าเป็นคนลงมือ”
องค์ชายสามลั่วอวิ๋น “……”
ทันใดนั้นเขาก็เกิดความคิดขึ้นมา “รอก่อน ฟังข้าพูดก่อน”
“ดูท่าพวกเจ้าไม่ใช่คนของทางการ แต่เป็นยอดฝีมือในยุทธภพใช่หรือไม่?”
“แล้วอย่างไร?”
“หากเป็นคนของทางการ ข้าตายก็ไม่มีอะไรจะพูด แต่หากพวกเจ้าเป็นคนในยุทธภพ เช่นนั้นต้องมีคนให้เงื่อนไขบางอย่าง เพื่อจ้างพวกเจ้ามาสังหารข้าแน่”
“เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”
องค์ชายสามเหมือนจะเห็นความหวัง จึงรีบกล่าวว่า “พวกเขาให้เจ้าเท่าไหร่ ข้าจะให้สองเท่า… ไม่สิ ข้าจะให้สิบเท่า เพียงแค่พวกเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะให้เงินพวกเจ้าสิบเท่า เจ้าว่าอย่างไร?”
เสิ่นซานกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
“หรือว่าเจ้ามีชีวิตถึงห้าสิบชีวิตมาชดใช้ให้พวกข้า?”
เสิ่นซานหันกลับไปมอง สีหน้าเปี่ยมด้วยความยินดี “พี่ใหญ่?”
เมื่อเห็นว่ามีเพียงหลี่เต้าคนเดียว เขารีบถามขึ้นว่า “ยอดฝีมือผู้นั้นตายแล้วหรือ?”
“ตายแล้ว”
“ฮ่า ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่ใหญ่ต้องทำได้ ไอ้คนผู้นั้นทำให้ข้าเดือดร้อนหนักเชียว” เสิ่นซานหัวเราะลั่นอย่างอดไม่ได้
ในขณะเดียวกัน เมื่