่ที่ลำคอของตนโดยไม่รู้ตัว
เมื่อหันกลับไปมอง เขาเห็นชายวัยกลางคนร่างท้วมผู้หนึ่ง และมีชายชราอีกคนเดินออกมาจากเงามืดด้านข้าง
พวกเขาคือเสิ่นซานและเหล่ากุ่ย
“เหล่ากุ่ย คราวนี้ยาถูกต้องแล้ว ของที่เจ้าให้มาก่อนหน้านี้มันอะไรกันแน่” เสิ่นซานมองดูเหล่าองครักษ์ที่ล้มลงกับพื้น อดไม่ได้ที่จะประชด
“นั่นเป็นเพราะทิศทางลมเปลี่ยนไปต่างหาก” เหล่ากุ่ยรีบแย้งกลับ
“พอเถอะ ตอนนี้ข้าไม่อยากเถียงกับเจ้า หากรอต่อไป สองคนนั้นคงตายแน่” เสิ่นซานเตะองค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋นจนล้มลงกับพื้น แล้วกล่าวว่า “บอกองครักษ์ของเจ้าให้พาสหายของข้ามาที่นี่”
“ข้าไม่…”
“ไม่พาไปก็ตาย!” เสิ่นซานสะบัดกริชในมือ ปักลงตรงระหว่างขาทั้งสองขององค์ชายสามแห่งลั่วอวิ๋น ห่างจากจุดสำคัญเพียงแค่นิดเดียว
“ไปแล้ว ไปแล้ว!”
องค์ชายสามที่ตกใจสะดุ้งไม่กล้าโต้แย้ง รีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที
องครักษ์ที่อยู่นอกกระโจมกำลังวุ่นอยู่กับการดูการแสดง ทันใดนั้นประตูกระโจมก็เปิดออก พร้อมสามร่างที่เดินออกมา
“องค์ชายสาม!”
“มีมือสังหาร ทางนี้ยังมีมือสังหารอีก!”
“อะไรนะ? มือสังหารอยู่ที่ใด?”
ทั้งสามคนดึงดูดความสนใจขององครักษ์ที่เหลืออยู่รอบ ๆ อย่างรวดเร็ว
แต่สิ่งที่ไม่มีใครสังเกตคือ แม้ว่าพวกองครักษ์จะตะโกนว่ามีมือสังหาร แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ราวกับกลัวว่าจะเจอมือสังหารที่น่าสะพรึงกลัวอีกคน
ด้วยเหตุที่มือสังหารทั้งสามคนก่อนหน้านี้ล้วนไม่ใช่คนที่ใครจะกล้าไปย