ื่อย ๆ จู่ ๆ ก็ตะโกนด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งตรงเข้าใส่จินเซิ่ง
“เจ้าก็เป็นแค่สัตว์เดรัจฉานตัวน้อยเท่านั้น!”
จินเซิ่งเหวี่ยงดาบยาวออกไป แสงดาบกว้างสามชุ่นปกคลุมไปทั่วใบดาบ ฟันเข้าใส่ร่างของคนบ้าน้อยโดยตรง
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น เจ้าบ้าตัวน้อยกระเด็นออกไปทันที
“ฮึ!” เมื่อเห็นภาพตรงหน้า มุมปากของจินเซิ่งก็ปรากฏรอยยิ้มเย็นชา
“หัวหน้าองครักษ์ช่างสง่างามนัก!”
ในตอนนั้นเหล่าองครักษ์ที่เคยถูกสวีหู่และเจ้าบ้าตัวน้อยเล่นงานต่างพากันส่งเสียงดังลั่น
จินเซิ่งรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา
องค์ชายสามลั่วอวิ๋นเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ จู่ ๆ เขาก็บิดเอวพลางขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปสั่งองครักษ์ที่อยู่ข้าง ๆ “ไปหากางเกงในมาให้ข้าสักตัว แล้วเอาเก้าอี้มาด้วย วันนี้ข้าจะดูว่ามือสังหารพวกนี้จะตายอย่างไร”
เมื่อเด็กบ้าคนนั้นกระเด็นออกไป สวีหู่ยืนตะลึงอยู่กับที่ ภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในความคิดโดยไม่รู้ตัว
มารดาผู้เลี้ยงดูเขาเป็นเสือตัวหนึ่งกำลังนอนจมกองเลือด รอบ ๆ ร่างของเสือมีมนุษย์มากมายหัวเราะเยาะเหมือนกับที่เกิดขึ้นในตอนนี้ สุดท้ายเขาเห็นใครบางคนลอกหนังเสือออกมาคลุมร่างแล้วหัวเราะร่า ยิ่งความทรงจำลึกลงไปเท่าไร ดวงตาของสวีหู่ยิ่งแดงก่ำขึ้น กลิ่นอายความป่าเถื่อนที่แผ่ออกมาจากร่างยิ่งเข้มข้นขึ้นตามไปด้วย
หากในยามนี้มีผู้ใดสามารถมองเห็นภายในร่างของสวีหู่ได้ จะพบว่าพลังวิเศษไร้นามในร่างของเขาเริ่มหมุนวน