ึ้นจากที่ไกล ๆ ดังกังวานเป็นพิเศษ
จากนั้นเสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังมาจากที่ไม่ไกลนัก
“ใครกัน?”
สายตาของหลี่เต้าเหลือบมองไปตามทิศทางนั้นโดยไม่รู้ตัว
การที่มีเสียงดังสนั่นขนาดนี้ แสดงว่าต้องมีผู้แข็งแกร่งกำลังลงมือแน่ แต่เสียงที่ได้ยินก่อนหน้านี้ช่างแปลกประหลาดนัก เป็นไปได้ว่าในบรรดาองครักษ์เหล่านี้ต้องมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่
นั่นหมายความว่าในกลุ่มพวกเขามีคนที่ปะทะกับยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ผู้นี้
หลี่เต้ากวาดตามององครักษ์รอบข้าง สะบัดเลือดบนดาบเหล็กทมิฬ แล้วเดินไปยังทิศทางที่มาของเสียง
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า บรรดาองครักษ์ที่ขวางทางอยู่ต่างตกใจกลัวรีบหลบไปทั่วทุกทิศ เกรงว่าจะถูกปีศาจตรงหน้าผู้นี้ฆ่าทิ้ง
แม้หลี่เต้าจะรู้สึกเสียดายเนื้อสัตว์ที่อยู่รอบตัวที่ถูกส่งมาถึงปากแล้ว แต่เขาไม่ใจร้ายถึงขั้นที่จะไม่สนใจสหายของตน
แม้จะเป็นเพียงการรวมกลุ่มชั่วคราวและล้วนเป็นพวกแปลก ๆ แต่ในเมื่อเขาเป็นหัวหน้า ก็ต้องพาพวกเขากลับไปให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่เขามีพละกำลังรับมือได้เช่นนี้
……
“แม้เจ้าจะมีพละกำลังมากมายแค่ไหน แต่หากไร้ซึ่งลมปราณ เจ้าก็เป็นเพียงสัตว์ป่าตัวหนึ่งเท่านั้น”
จินเซิ่งฟันดาบใส่สวีหู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาศัยลมปราณในร่างกดดันสวีหู่ผู้มีพรสวรรค์พิเศษ ทุกครั้งที่ฟันดาบก็จะเอ่ยถ้อยคำเยาะเย้ย ราวกับต้องการพิสูจน์บางสิ่ง
เด็กบ้าที่เกาะอยู่บนบ่าของสวีหู่เห็นบาดแผลบนร่างของสวีหู่เพิ่มขึ้นเร