สัมผัสได้ถึงพลังของจินเซิ่ง จึงไม่กล้าประมาท เขาคำรามด้วยความโกรธ ก่อนจะพุ่งหมัดที่ใหญ่ราวกับกระสอบทรายกลับไป
ตู้ม!
เมื่อหมัดทั้งสองปะทะกัน เสียงดังสนั่นก้องฟ้า คลื่นพลังปะทุจนพื้นดินกระเด็นเป็นฝุ่นผงคละคลุ้ง
จินเซิ่งรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่ส่งผ่านมาตามแขน สีหน้าเขาเปลี่ยนไป แต่ก็รีบกัดฟันแน่น “ถอยไป!”
พลังลมปราณภายในร่างถูกกระตุ้น กำปั้นที่ชะงักค้างออกแรงอีกครั้ง จากแรงที่พุ่งออกมาอย่างฉับพลันนั้น ทำให้สวีหู่ต้องถอยกรูดออกไป
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความดุร้ายของสวีหู่วูบไหวด้วยความสงสัย ดูเหมือนเขาจะประหลาดใจกับพลังของอีกฝ่าย แต่ก็ฟื้นคืนสติกลับมาอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง จินเซิ่งรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพราะพบว่าคู่ต่อสู้ผู้นี้อาศัยเพียงพละกำลังล้วน ๆ ทั้งยังทำให้เขาต้องใช้พลังถึงแปดส่วน นี่มันตัวประหลาดอะไรกันแน่!
อาจเป็นเพราะได้พบคู่ต่อสู้ที่สามารถปะทะกันได้อย่างเต็มที่ สวีหู่จึงยิ้มกว้าง ดูน่าขนลุกอยู่บ้าง
“ฆ่า!” จู่ ๆ เขาก็ตะโกนเสียงดัง พุ่งชนจินเซิ่งอย่างไม่ลังเล
เมื่อจินเซิ่งได้สติ เขาชักดาบยาวที่เหน็บไว้ที่เอวออกมา เพราะเขามองออกว่าคู่ต่อสู้ตรงหน้าไม่เหมือนมนุษย์ แต่เหมือนสัตว์ป่าดุร้าย
หากเป็นคนปกติที่มีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้ เขาอาจจะระมัดระวังสักหน่อย แต่หากเป็นสัตว์ป่า เขาก็ไม่กลัวแล้ว ถึงอย่างไรมนุษย์กับสัตว์ป่าย่อมแตกต่าง
บทที่ 22 สวีหู่ทะลวงขีดจำกัดหลี่เต้าใช้วิชาดาบวายุได้คล