นทันที
“สวีหู่ดูแลเด็กบ้าให้ดี อย่าให้เขาก่อความวุ่นวาย” “เข้าใจแล้ว” สวีหู่ดึงตัวเจ้าบ้าตัวน้อยเข้ามา อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้เคยกินข้าวด้วยกัน เจ้าบ้าตัวน้อยจึงไม่ได้ต่อต้านสวีหู่เหมือนที่ทำกับเสิ่นซาน แม้จะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้จู่โจมสวีหู่
หนึ่งก้านธูปผ่านไป เหล่ากุ่ยนำยาพิษที่ผสมเสร็จแล้วออกมา เขายื่นมือสัมผัสสายลมยามราตรี ก่อนจะเปิดขวดออก เห็นเพียงควันสีเหลืองอ่อนลอยตามทิศทางลมเข้าไปในค่ายพัก ผ่านไปครู่หนึ่ง เหล่ากุ่ยก็พยักหน้า “ใช้ได้แล้ว แม้ว่าจะผสมอย่างเร่งรีบ แต่ตราบใดที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใหญ่โต พวกนี้ก็ไม่มีทางตื่นขึ้นมาเร็ว ๆ นี้แน่”
หลี่เต้าพยักหน้าแล้วหันไปมองเสิ่นซาน เสิ่นซานทำหน้าเจื่อน พยักหน้าแล้วอาศัยความมืดของราตรีย่องเข้าไปในค่ายพัก แม้ว่าเสิ่นซานจะมีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่กลับเคลื่อนไหวว่องไวยิ่งนัก เขาอาศัยวิชาตัวเบา ไม่นานก็แทรกเข้าไปในค่ายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นเสิ่นซานจากไปอย่างราบรื่น หลี่เต้าคิดว่าจะรอให้เสิ่นซานลอบสังหารองค์ชายสามลั่วอวิ๋นเสร็จก่อน แล้วค่อยให้ทั้งสี่คนออกไปก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่ที่นี่ก่อวุ่นวายอีกสักหน่อย
ถึงอย่างไร สำหรับเขาแล้ว การทำภารกิจลอบสังหารให้สำเร็จนั้นสำคัญยิ่งนัก แต่การเก็บเกี่ยวคุณสมบัติจากทหารสำคัญกว่า แม้ว่าเว่ยอวิ๋นจะเคยกล่าวว่าจะไม่ทรยศหักหลัง แต่เขาจะไม่เอาชีวิตของตนเองไปพนันกับความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น ดั