งนั้น เขาจะไม่ละทิ้งโอกาสใด ๆ ที่จะเพิ่มพูนพลังของตน
เวลาผ่านไปทีละน้อย หลี่เต้าและอีกสามคนยังรออยู่ในที่ลับแห่งหนึ่งข้างค่ายทหาร ทันใดนั้นเสียงหลายเสียงก็ดังขึ้นมาจากค่ายทหาร
“เจ้าเป็นใคร? ทหารยามอยู่ที่ใดกัน?”“นักลอบสังหาร! เจ้าคือนักลอบสังหาร!”“กล้าดียังไงมาลอบสังหารองค์ชายสาม ไปตายซะ!”
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้น หลี่เต้าก็เข้าใจได้ทันทีว่าเสิ่นซานถูกจับได้แล้ว “เหล่ากุ่ย เจ้าไม่ได้บอกหรือว่ายาพิษของเจ้าไม่มีปัญหา?” “ก็ไม่มีปัญหาจริง ๆ นั่นแหละ” “แล้วทำไมเสิ่นซานถึงเจอเรื่องขึ้นมาล่ะ?” “บางทีเจ้านั่นอาจไปก่อเรื่องกับคนที่ไม่ธรรมดาก็ได้” “หมายความว่าอย่างไร?” “ยาพิษที่ข้าเพิ่งปรุงขึ้นมานั้นใช้ได้ผลเพียงแค่กับคนธรรมดา”
ก่อนที่หลี่เต้าจะได้พูดอะไร จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านข้าง หลี่เต้าเงื้อมือขึ้นโจมตีโดยสัญชาตญาณ “ช้าก่อน นี่ข้าเอง” หลี่เต้าจึงเห็นชัดว่าผู้มาคือเสิ่นซาน “ข้างในเป็นอย่างไรบ้าง?” “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ข้าเพิ่งจะเข้าใกล้กระโจมขององค์ชายสามก็ถูกคนพบเสียแล้ว หากข้าวิ่งไม่เร็วพอ อาจถูกคนผู้นั้นฟันตายด้วยดาบเดียว” เสิ่นซานกล่าวด้วยสีหน้าหวาดผวา
“แล้วคนที่พบเจ้าล่ะ?” “ข้าไม่รู้” ทันใดนั้น เสียงอึกทึกก็ดังขึ้นภายในค่ายทหาร
“ไอ้พวกชั่วช้า! พวกมือสังหารบุกเข้ามาแล้ว พวกเจ้ายังนอนกันอยู่อีก รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” เสียงดังกึกก้องและหยาบกร้านนั้นทำให้ค่ายที่เงียบสงบก