ความรู้สึกคลื่นเหียนแล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย อากาศรอบตัวเริ่มแห้งผากราวกับออกซิเจนถูกสูบหายไปจากชั้นบรรยากาศจนพวกเราต้องหอบหายใจอย่างหนัก
อีกเพียงสองนาทีจะถึงพื้นที่โล่งใกล้ตู้ขบวนรถไฟ แต่แล้ว จู่ๆ ดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งก็หายวับไปเฉยๆ!
ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีเมฆบัง มันแค่หายไปราวกับใครสักคนปิดสวิตช์
พวกเราทุกคนพุ่งตัวออกวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ราวกับสัตว์ป่าที่รับรู้ถึงหายนะ
อีกหนึ่งนาทีผ่านไป… ดวงอาทิตย์ดวงที่สองก็ดับวูบลง!
พรึบ!
ความมืดมิดเข้าครอบคลุมโลกใบนี้โดยสิ้นเชิง มันมืดเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเอง เป็นความมืดที่โหดร้ายและฉับพลันราวกับมีใครเอามือมาควักลูกตาผมออกไป
ในวินาทีนั้น ใครบางคนในกลุ่มเริ่มกรีดร้องอย่างเสียสติ
จากนั้น… เสียงฝันร้ายก็เริ่มต้นขึ้น
เสียงขูดขีดดังระงมมาจากรอบทิศทาง ผมจำได้ มันคือเสียงคำรามของพวกก็อบลิน ตามมาด้วยเสียงหมาป่าพากันหอนโหยหวนส่งต่อกันเป็นทอดๆ
ผมได้ยินเสียงฝีเท้าหนักอึ้งของพวกโทรลล์หลายตัว และเสียงบางอย่างที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบปริแตก… มันเป็นเสียงของบางสิ่งที่ผมไม่อยากจะจินตนาการเลยว่ามันมีหน้าตาเป็นอย่างไร
“หยุดเถอะ… ได้โปรด…”