สภาพค่ายที่พักหน้าตู้โดยสารดูปกติดี ผู้คนต่างพากันกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเราด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ นอกจากเสียงจอแจของมนุษย์แล้ว ยังมีเสียงเห่าแหลมๆ ของสุนัขตัวน้อยดังแทรกขึ้นมาด้วย
ผมหันไปมองพบว่าเป็นเจ้าคอร์กี้ตัวจ้อยสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังเห่าเจี๊ยวจ๊าวไม่ยอมหยุด โดยมีเจ้าของเป็นหญิงวัยราว 50 ปี คอยลูบหัวปลอบประโลมมันอยู่ใกล้ๆ
“ไม่เป็นไรนะบิสกิต ใจเย็นๆ จ้ะ แม่อยู่นี่แล้ว…”
ผมอดไม่ได้ที่จะกลอกตาในใจ… ให้ตายเถอะคุณป้า ในเวลาที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายแบบนี้ ยังจะมีแก่ใจมาเล่นบทคุณแม่ที่แสนดีอยู่อีกเหรอเนี่ย?
ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ จนเห็นกองฟืนตั้งอยู่ไม่ไกลจากตู้ขบวน ผมพยักหน้าอย่างพอใจ อย่างน้อยพวกที่เหลือก็เริ่มรู้จักทำตัวให้มีประโยชน์ขึ้นมาบ้างแล้วล่ะนะ
ในขณะที่ผมกำลังกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยรอบแคมป์ เสียงของแฮดวินก็โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นั่นมัน… ตัวอะไรกันวะ!”