“คุณไหวจริงๆ ใช่ไหม?”
“ไหว ไปกันเถอะ”
ตอนนี้ร่างกายผมเบาขึ้นมาก ความเจ็บปวดลดระดับลงจนอยู่ในเกณฑ์ที่ทนได้ สมาธิเริ่มกลับมาทำงานได้อย่างแม่นยำ
ผมเดินตามแฮดวินไปจนพบโชอี้ที่กำลังใช้เศษผ้ากุมมือตัวเองไว้ ใบหน้าของเธอซีดเผือดจากการเสียเลือด ส่วนเดนี่นอนสลบไสลไม่ได้สติ ใบหน้าเขาขาวซีดจนผมไม่แน่ใจว่าเขายังมีลมหายใจอยู่หรือเปล่า
“เราต้องรีบกลับ ไม่อย่างนั้นพวกของมันอาจจะตามกลิ่นเลือดมาที่นี่”
แฮดวินกล่าวพลางมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยซากศพก๊อบลินและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
ผมพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเสนอ
“ผมคงแบกเดนี่ไม่ไหว คุณช่วยแบกเขาไปแล้วกัน ส่วนโชอี้ผมจะช่วยประคองไปเอง”
แฮดวินพยักหน้ารับ
“ได้ ไม่มีปัญหา แต่ระวังตัวหน่อยล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะตามไปให้เร็วที่สุด”
แฮดวินไม่กล่าวอะไรต่อ เขาตรงเข้าไปแบกเดนี่ขึ้นบ่าอย่างคล่องแคล่ว ดูเหมือนเขาจะลงแต้มความทนทานไปไม่น้อย เพราะขาข้างที่เคยบาดเจ็บของเขาดูจะกลับมาใช้งานได้ดีขึ้นจนเห็นได้ชัดในตอนนี้
ผมยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังของแฮดวินจนกระทั่งเขาหายลับไปจากสายตา
โชอี้ที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มแสดงท่าทีกังวล เธอเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า