บทที่ 3 สมาธิ
ภาพคมเขี้ยวขนาดยักษ์ที่ปรากฏตรงหน้าปลุกสัญชาตญาณเอาตัวรอดของผมให้กู่ร้องระงม ผมพยายามถอยกรูดหนีจากหญิงชราทันที
แต่ถอยไปได้ไม่ถึงคืบ ผมกลับชนเข้ากับร่างของเด็กสาวตัวเล็กที่ถูกพี่สาวจอมหงุดหงิดกอดเอาไว้แน่น
“บ้าเอ๊ย!”
ผมสบถเบาๆ พวกเธอขวางทางหนีของผมไว้หมด หากไม่ผลักพวกเธอให้พ้นทางหรือกระโดดข้ามไป ผมเองนี่แหละที่จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของเจ้าหมาป่านั่น
ทว่าในวินาทีที่กำลังจะทำตามสัญชาตญาณดิบ มือของหญิงสาวคนนั้นกลับเอื้อมมาแตะแขนผมไว้ เธอขยับปากพูดบางอย่าง แต่เสียงแผดร้องของหญิงชราที่ดังระงมทำให้ผมได้ยินไม่ถนัด
ถึงอย่างนั้น สัมผัสจากมือของเธอกลับทำให้ผมชะงัก ความคิดหนึ่งพลันแทรกเข้ามาในสมองอย่างฉับพลัน…
ผมต้องหยุดเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้
บ้าไปแล้ว…
ความคิดนี้ขัดแย้งกับตัวตนที่ผ่านมาของผมอย่างสิ้นเชิง แต่น่าแปลกที่ผมกลับไม่อาจต่อต้านมันได้เลย ยิ่งเวลาผ่านไป ความคิดบ้าบิ่นนั่นกลับยิ่งดูสมเหตุสมผลขึ้นมาอย่างประหลาด ราวกับเป็นหน้าที่เพียงหนึ่งเดียวที่ผมต้องทำในตอนนี้