โชคดีที่เจ้าหมาป่าเดินเข้ามาอย่างช้าๆ มันดูระมัดระวังตัวมาก แววตาของมันฉายประกายความฉลาดที่ผิดปกติออกมาด้วย
เมื่อทุกคนพยายามอัดตัวกันเข้าไปในตู้รถไฟที่เป็นที่พึ่งสุดท้าย เจ้าหน้าที่รถไฟก็พยายามปิดประตูที่บิดเบี้ยวเพื่อป้องกันสัตว์ร้าย
“นั่นมันตัวบ้าอะไรกัน”
“เลเวลนั่นมันหมายความว่ายังไง”
ในขณะที่คนอื่นมัวแต่จดจ้องหมาป่าผ่านกระจกหน้าต่างด้วยความหวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ผมกลับรีบกวาดสายตาไปรอบตู้โดยสารเพื่อมองหาอะไรก็ตามที่พอจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้
โชคดีที่ผมตาไวไปเห็นท่อนเหล็กราวจับที่หลุดกระเด็นออกมาจากแรงกระแทก จึงรีบคว้ามันมาถือไว้ พร้อมกับเลือกเศษกระจกขนาดเหมาะมือขึ้นมาเป็นอาวุธสำรอง
ในตอนนี้เจ้าหมาป่าอยู่ห่างจากตู้รถไฟไปเพียง 10 เมตร และท่าทางของมันก็ดูดุร้ายยิ่งกว่าเดิม มันเริ่มเดินวนรอบตู้รถไฟช้าๆ พลางส่งเสียงคำรามต่ำที่ชวนให้คนฟังรู้สึกขนลุกซู่ไปถึงกระดูกสันหลัง
“เมี้ยวๆ ถ้าเรียกมันแบบแมว มันจะใจอ่อนไหมวะ?”
เด็กหนุ่มที่เคยหัวเราะเสียงประหลาดพูดขึ้น เสียงของเขาสั่นเครือและใบหน้าซีดเผือด แม้คำพูดจะฟังดูเพี้ยนแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครกล้าหัวเราะออก เพราะทุกคนตกอยู่ในความหวาดกลัวสุดขีด