นายท่านไป๋เอ่ยออกมา “ดูท่าสวรรค์ช่างยุติธรรมนัก มอบกายเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งให้พวกเขา แต่กลับตัดความสามารถในการสร้างเผ่าพันธุ์ของพวกเขาไป”
เขาส่ายหัวแล้วหันมาถามว่า “หลังจากนี้ข้าจะไม่ไขว่คว้าหาพลังของจักรพรรดิยุทธ์โบราณอีก ต่อจากนี้เริ่มตามหาต้าจิ่งเถิด”
ยามนี้คนทั้งใต้หล้าต่างกำลังถกเถียงกันเรื่องมหาเทพผู้ขจัดทุกข์เข็ญอยู่ หลังจากเกาะจักรพรรดิยุทธ์หายไป ก็ไม่มีผู้ใดสนใจต้าจิ่งอีก ยกเว้นก็แต่พวกเขา
ทุกคนทำราวกับว่าเผ่ามนุษย์ไม่มีอาณาจักรนามว่าต้าจิ่ง
“บนโลกใบนี้ไหนเลยจะมีเทพเซียนมากมายปานนั้น หากมีอยู่จริง เหตุไฉนก่อนหน้านี้จึงไม่ลงมือช่วยเหลือเผ่ามนุษย์เล่า ข้าคิดว่ามหาเทพผู้ขจัดทุกข์เข็ญคงเกี่ยวข้องกับมรรคาจารย์”
นายท่านไป๋เอ่ยอย่างมีเลศนัย “บางทีสาเหตุที่มรรคาจารย์ไม่ขึ้นครองราชย์ ดำรงตำแหน่งจักรพรรดิ อาจเพราะเขารู้สึกว่าตนเองยังไม่แข็งแกร่งพอ ด้วยเหตุนี้เขาจึงซุ่มซ่อนตัว แต่เขาก็ทนปล่อยให้เผ่ามนุษย์เผชิญภัยไม่ไหว จึงได้แต่ปิดบังตัวตนแล้วลงมือ”
ดวงตาของบุรุษสวมหน้ากากเบิกโต ทันใดนั้นเขาก็กระจ่างแจ้งบางสิ่ง เขาข่มกลั้นความตื่นเต้นแล้วเอ่ยว่า
“ความจริงก่อนหน้านี้ข้ายังงุนงงอยู่ว่า เหตุไฉนเผ่ามนุษย์จึงไม่ปรากฏผู้มีคุณสมบัติของจักรพรรดิยุทธ์เสียที แต่หากคนผู้นั้นคือมรรคาจารย์ ก็อธิบายได้แล้ว ทุกครั้งที่มรรคาจารย์ลงมือ มิวาศัตรูแข็งแกร่งมากเพียงใดก็สู้เขาไม่ได้ แล้วยังมีตำนานปร