ถึงแม่แล้ว…” นัยน์ตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะหยดรอมร่อ
ลั่วหยางเห็นแบบนั้นใจก็พลันอ่อนยวบ “โอเคๆ งั้นไปนั่งที่โซฟากันก่อน เดี๋ยวลุงวิดีโอคอลหาแม่ให้ พอได้ยินเสียงแม่ หนูจะได้เลิกคิดฟุ้งซ่าน ดีไหม”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ
เขาวางยัยหนูลงบนโซฟาเบาะนุ่ม ล้วงโทรศัพท์ออกมากดต่อสายหาเยี่ยจือทันที
รอเพียงไม่กี่อึดใจ ปลายสายก็กดรับ
“พี่เยี่ย”
“ลั่วหยาง ฉันกำลังนึกอยากโทรหาคุณอยู่พอดีเลย ใจตรงกันเป๊ะ” น้ำเสียงของเยี่ยจือฟังสบายหู
ลั่วหยางปรายตามองยัยตัวเล็กข้างๆ “เหม่ยฉีงอแงคิดถึงคุณน่ะครับ เดี๋ยวผมส่งโทรศัพท์ให้แกคุยด้วยหน่อยนะ”
ทว่าพอเขายื่นโทรศัพท์ให้ เด็กน้อยกลับรีบเอามือไขว้หลัง ส่ายหน้าดิกปฏิเสธท่าเดียว
“อ้าว เป็นอะไรไปฮึ เมื่อกี้ยังบ่นคิดถึงแม่อยู่หยกๆ คุยกับแม่สักคำสองคำสิ” ลั่วหยางขมวดคิ้วมุ่น สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเด็กน้อยในวันนี้ แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันคืออะไรกันแน่
ยัยหนูก็ยังคงปิดปากเงียบ เอาแต่ส่ายหน้าท่าเดียว
เมื่อจนปัญญา ลั่วหยางจึงตัดสินใจกดเปิดสปีกเกอร์โฟน
เสียงนุ่มนวลของเยี่ยจือดังทะลุลำโพงออกมา “เหม่ยฉี… ฟังแม่อยู่หรือเปล่าลูก”
ทันทีที่ได้ยินเสียงแม่ น้ำต