จะขาดแล้ว”
“เอ่อ…” ลั่วหยางอึกอัก เขาไร้อารมณ์สุนทรีย์กับการเดินเบียดเสียดในสวนสัตว์โดยสิ้นเชิง แต่สมองกลับตื้อตัน หาข้ออ้างมาปัดตกไม่ได้
ยัยหนูตัวแสบไม่รอช้า พุ่งพรวดเข้ามากอดหมับที่ต้นขาเขาทันที “คุณลุงลั่วสุดหล่อ พาหนูไปเถอะน้าๆๆ”
ลั่วหยางโดนลูกตื๊อจนแทบถอดใจ แต่แล้วประกายความคิดวิปลาสก็แล่นปลาบเข้ามาในหัว เขาลอบล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง กำมือถือแน่น หันเลนส์กล้องทะลุเนื้อผ้าเล็งเป้าไปที่เด็กน้อย แล้วเพ่งสมาธิสั่งการในใจ ‘เหม่ยฉี วันนี้หนูอยากอยู่บ้านฝึกคัดลายมือ’
“หนูจะฝึกคัดลายมือ” ซ่งเหม่ยฉีคลายอ้อมกอดออกดื้อๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินตัวปลิวไปที่โต๊ะน้ำชา
บนโต๊ะมีกระเป๋านักเรียนใบจิ๋ววางอยู่ ภายในอัดแน่นไปด้วยกล่องดินสอ สมุดบันทึก และหนังสือภาพสำหรับเด็กอนุบาล
ได้ผลแฮะ!
ความรู้สึกผิดจางๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอกลั่วหยาง
ใช้พลังเวทบิดเบือนเจตจำนงเด็กแบบนี้… จะดูชั่วร้ายเกินไปหน่อยไหมเนี่ย
แต่เสี้ยววินาทีต่อมา ซ่งเหม่ยฉีก็เบรกเอี๊ยด หันขวับกลับมาขมวดคิ้วมุ่น “เดี๋ยวสิ หนูไม่ได้โง่นะ จะไปคัดลายมือทำไม หนูจะไปดูแพนด้าต่างหาก”
ลั่วหยาง “…”
ยัยหนูเดินเตาะแตะกลับมาล็อกต้นขาเขาหนึบอ