สีดำทะมึนคันนั้นก็เหยียบคันเร่งพุ่งแหวกเข้ามา จอดเทียบฟุตพาทหน้าจุดเกิดเหตุอย่างพอดิบพอดี
กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลง หยางหลงชะโงกหน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มจอมปลอมที่ดูเสแสร้งจนน่าสะอิดสะเอียน “อ้าวๆ เพื่อนเก่า โลกกลมจริงๆ ว่ะ มาบังเอิญเจอนายที่นี่ได้ยังไงเนี่ย แล้วนั่น… ไปทำอีท่าไหนถึงโดนล้อมกรอบแบบนั้นล่ะ”
หญิงท้องแก่ที่ยังคงนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นรับลูกต่อทันที “มะ… มันลวนลามฉัน แถมยังลงไม้ลงมือจนฉันเจ็บไปหมด ลูกแม่คงไม่รอดแล้วแน่ๆ โฮๆๆ”
หยางหลงเบิกตากว้าง แสร้งทำเป็นช็อกอ้าปากค้าง “ลั่วหยาง ดูไม่ออกเลยจริงๆ นะเว้ยว่าแกจะเลวระยำได้ขนาดนี้ คนท้องคนไส้แกยังไม่เว้น ต่ำตมจนหมายังส่ายหน้าเลยว่ะ”
ลั่วหยางนิ่งเงียบ มองการแสดงละครปาหี่ด้วยสายตาเย็นชา
จางไป๋รู้สึกว่าแค่นั่งสมน้ำหน้าอยู่ในรถยังสะใจไม่พอ มันกระชากประตูลงมาแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน “ลั่วหยาง เห็นวันนั้นทำตัวซะหล่อ นึกไม่ถึงเลยว่าเนื้อแท้จะสันดานดิบขนาดนี้ ถ้าเด็กในท้องผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไปล่ะก็… แกเตรียมตัวไปนอนแดกข้าวแดงในคุกยาวๆ ได้เลย”
ลั่วหยางเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก “หน้าพิพิธภัณฑ์มีกล้องวงจรปิดทุกมุม คิดว่า