องลั่วหยางขมวดเข้าหากัน “คุณสือ เมื่อคืนผมอธิบายชัดเจนแล้วนะ ดวงตานั่นทำจากหนังสัตว์ ผ่านมาหลายพันปีมันผุกร่อนไปถึงแก่น พอทำพิธีถอนวิญญาณเสร็จมันก็สลายเป็นเถ้า คุณมาพูดจาจับผิดแบบนี้… คงไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้งครับ”
สือเฟยหัวเราะในลำคอ “คุณลืมอาชีพผมไปแล้วหรือไง ผมเป็นช่างซ่อมโบราณวัตถุนะ ผมมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่วางใจเถอะ ผมไม่ปากสว่างหรอก ผมแค่อยากผูกมิตรกับคุณก็เท่านั้น”
ลั่วหยางแค่นยิ้มเย็นชา “วิธีผูกมิตรของนายมันพิลึกดีนะ… ต้องการอะไร พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า”
สือเฟยนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะสารภาพ “บ้านเกิดผมอยู่อวิ๋นตี้ พ่อผมเป็นหมอผี ผมซึมซับเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็กถึงได้เลือกเรียนโบราณคดี แล้วฝากตัวฝึกวิชาซ่อมแซมโบราณวัตถุ ผมตระเวนไปทั่ว สัมผัสของเก่ามานับไม่ถ้วน มีหลายชิ้นที่ทับซ้อนกับเรื่องลี้ลับ… แต่ว่า…”
ความสนใจของลั่วหยางถูกจุดประกาย “แต่อะไร”
“หลายปีที่ผ่านมา ผมยังหาเบาะแสชิ้นสำคัญไม่เจอเลยสักนิด”
“นายกำลังหาอะไร” ลั่วหยางหรี่ตา
สือเฟยจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของลั่วหยาง นัยน์ตาฉายแววแน่วแน่ “ผมกำลังตามหาจอมขมังเวทบรรพกาล”
ลั่วหยางชะงักงัน ร่างกายเกร็งขึ้นฉับพลัน
เขาเดาไว