ไปในผิวหนังของเขาอย่างเงียบเชียบ
ฉับพลันนั้น ความรู้สึกผูกพันลึกลับราวกับ “สายเลือดเชื่อมโยง” ก็บังเกิดขึ้นระหว่างเขากับดวงตานั้น พร้อมกับข้อมูลบางอย่างที่แล่นปราดเข้ามาในหัว…
อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องทำงานของผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บนชั้นเดียวกัน
หม่าจงหัวกำลังเดินงุ่นง่านวนไปวนมาเป็นหนูติดจั่นอยู่กลางห้อง สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรนจนเหงื่อซึม
เยี่ยอี้หมิงที่นั่งจิบชาอยู่บนโซฟาต้องวางถ้วยลง เอ่ยปากปรามเบาๆ “เสี่ยวหม่า คุณเลิกเดินเพ่นพ่านสักทีเถอะ เสี่ยวลั่วถึงจะอายุน้อยแต่ฝีมือฉกาจและรอบคอบ ไม่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหรอกน่า”
หม่าจงหัวจะไปนั่งติดได้ยังไง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ท่านผู้นำครับ โบราณวัตถุทุกชิ้นในซานซิงตุยล้วนล้ำค่าจนประเมินค่าไม่ได้ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสี่ยวลั่วจะใช้วิชาบ้าบออะไรไป ‘ถอนวิญญาณ’ ดาบสำริดเล่มนั้น ขืนทำอีท่าไหนแล้วโบราณวัตถุพังขึ้นมา… หัวผมได้หลุดจากบ่าแน่”
“ผู้อำนวยการหม่าคะ… ให้หนูไปแอบดูให้ไหมคะ” ไป๋จิ้งเสนอตัวขึ้นมา
สือเฟยรีบสมทบ “ผมไปเป็นเพื่อนเองครับ นี่ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว น่าจะใกล้รู้ผลแล้วล่ะ”
“งั้นไปดูกันให้หมดนี่แหละ” หม่าจงหัวตบะแตกเก็บอาการไม่อยู่ เขาเอง