ก็ใจคอไม่ดี อยากเห็นกับตาว่าสถานการณ์ในห้องนั้นมันพังพินาศไปถึงไหนแล้ว
“พวกคุณแห่กันไปเป็นพรวนแบบนั้น เดี๋ยวก็ไปทำสมาธิเสี่ยวลั่วพังกันพอดี จะมาร้อนใจอะไรเอาป่านนี้” เยี่ยอี้หมิงพยายามห้าม
“แค่ด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงระเบียง ไม่กวนหรอกครับ” พูดจบ หม่าจงหัวก็ผลักประตูพรวดพราดออกไปทันที
ไป๋จิ้ง สือเฟย และซูชางหมิงไม่รอช้า รีบก้าวฉับๆ ตามหลังไปติดๆ
เยี่ยอี้หมิงได้แต่ถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมลุกขึ้นเดินตามขบวนไปอีกคน
ทว่าในจังหวะที่ทุกคนเพิ่งก้าวพ้นประตูออกมา ลั่วหยางก็เปิดประตูห้องทำงานฝั่งตรงข้ามเดินสวนออกมาพอดี
สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่ร่างของชายหนุ่มพร้อมกันโดยนัดหมาย หม่าจงหัวพุ่งตัวเข้าไปหาเป็นคนแรก “เสี่ยวลั่ว! เป็นยังไงบ้าง โบราณวัตถุปลอดภัยดีไหม”
ลั่วหยางพยักหน้าเรียบๆ “เรียบร้อยแล้วครับ พวกคุณเข้ามาดูเองเถอะ”
คนทั้งกลุ่มกรูเบียดกันเข้าไปในห้องทำงานทันที
ดาบสำริดต้องสาปวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน สภาพของมันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แม้แต่เศษคราบดินโบราณที่เกาะติดอยู่บนผิวโลหะก็ยังไม่หลุดลอกออกมาสักกระผีก
“เสี่ยวลั่ว… มัน… มันจะไม่ปล่อยคลื่นพลังงานบ้าบออะไรออกมาครอบงำสมองคนอีกแล้วใช่ไหม” หม่าจงหัวถา