พูดคนเดียวเนี่ย สติยังอยู่ครบไหม” ซูชางหมิงใจคอไม่ดี เริ่มระแวงว่าไอ้หนุ่มนี่จะโดนผีสิงไปอีกคน
ลั่วหยางขี้เกียจอธิบาย ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน แหวกคอเสื้อออก แล้วจับดาบอาถรรพ์ยัดเข้าไปซ่อนในเสื้อหน้าตาเฉย
ภาพตรงหน้าทำเอาซูชางหมิงอ้าปากค้าง ช็อกจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง “เฮ้ย เสี่ยวลั่ว คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ขโมยโบราณวัตถุระดับชาติโทษจำคุกกี่ปีรู้ไหม ยิ่งเป็นเครื่องสำริดยุคนี้ เผลอๆ โดนจับเป่าหัวประหารชีวิตเลยนะโว้ย”
ระหว่างที่ตาเฒ่ากำลังแหกปากเตือนสติ ลั่วหยางก็จัดการดึงเชือกแดงที่ร้อยอูซวีมาพันทบรอบด้ามดาบสำริด จับคู่ปรับทั้งสองแนบชิดติดกัน
นี่คือการจองจำและสะกดข่มแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
“เสี่ยวลั่ว ฉันพูดด้วยไม่ได้ยินหรือไง ตั้งสติหน่อยสิโว้ย เรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้ทำไม่ได้เด็ดขาด” ชายชราร้อนรนจนแทบจะกระโดดลงไปแย่งคืน
ลั่วหยางหัวเราะร่วน “ศาสตราจารย์ จินตนาการล้ำเลิศเกินไปแล้ว ถ้าผมคิดจะขโมยสมบัติชาติ ผมจะลากพยานรู้เห็นอย่างคุณมาด้วยทำไม ผมแค่จะยึดมันกลับไปที่พิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดการล้างอาถรรพ์ให้มันต่างหาก”
“แล้วทำไมต้องยัดซ่อนไว้ในเสื้อด้วย ทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้ใครเห็นก็หาว่าเป็นขโมยกันทั้งนั้นแหละ”
“ถ