พริบตาที่ปลายดาบสำริดชี้เล็งมา ไอเย็นยะเยือกสุดขั้วก็พุ่งกระแทกอัดหน้าลั่วหยางอย่างจัง ร่างของเขาเปรียบดั่งตาข่ายที่โดนพายุทะลวงผ่าน สรีระแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว
ซูชางหมิงเพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ ชายชราผงะถอยหลัง พูดตะกุกตะกักด้วยความตื่นตระหนก “นั่น… ดาบนั่น… ลอยขึ้นมาได้ยังไง เสี่ยวลั่ว เสี่ยวลั่ว”
แม้จะแหกปากเรียก ลั่วหยางกลับยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น อาการเหมือนคนโดนมนตร์สะกด
ทว่าเรื่องชวนขนหัวลุกยิ่งกว่ากำลังคืบคลานเข้ามา ดาบสำริดค่อยๆ ลอยเข้ามาหาอย่างเชื่องช้า ทุกตารางนิ้วที่มันเคลื่อนผ่าน หยาดฝนบนหลังคาเมทัลชีทและแอ่งน้ำบนพื้นดินพลันจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
“เสี่ยวลั่ว… ดูนั่น มันเข้ามาแล้ว” ขาสองข้างของศาสตราจารย์เฒ่าสั่นเทิ้มราวกับเจ้าเข้า
ลั่วหยางยังคงไร้การตอบสนอง
อาวุธโบราณลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งคู่ นิ่งสนิทอยู่กลางอากาศ
จู่ๆ มือขวาของซูชางหมิงก็ยกขึ้นและยื่นตรงไปหาด้ามดาบเอง ชายชราพยายามฝืนดึงแขนกลับสุดแรง แต่กลับไร้ผล ร่างกายไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเขาอีกต่อไป
“ไม่ ออกไปให้พ้น” เขาแผดเสียงร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว
เสียงตะโกนสูญเปล่า ฝ่ามือเหี่ยวย่นเอื้อมไปกำ