อฟื้นขึ้นมาก็จะคลุ้มคลั่ง พูดจาเพ้อเจ้อฟังไม่ได้ศัพท์ สภาพจิตใจแปรปรวนอย่างหนัก”
“แล้วที่ว่าเพ้อ… พวกเขาพูดว่าอะไรบ้าง” ลั่วหยางไล่ต้อน
หม่าจงหัวส่ายหน้าจนปัญญา “เอาแต่งึมงำอยู่ในลำคอ ไม่มีใครฟังออกหรอกครับ”
เมื่อก้าวเข้าสู่เขตกักโรค บ้านพักชั่วคราวสิบกว่าหลังตั้งเรียงรายเป็นสามแถวตอนลึก รอบนอกถูกปิดล้อมด้วยรั้วตาข่ายเหล็กหนาแน่น ซ้ำยังมีกล้องวงจรปิดติดตั้งตีกรอบไว้ทุกมุมมอง
หน้าทางเข้ามีป้อมยามตั้งตระหง่าน บุคลากรทางการแพทย์ในชุดป้องกันเชื้อโรคนั่งประจำการอยู่ด้านใน หม่าจงหัวก้าวเข้าไปเจรจาอยู่ครู่สั้นๆ ประตูเหล็กก็ถูกปลดล็อกให้พวกเขาผ่านเข้าไป
หม่าจงหัวเดินนำไปยังบ้านพักหลังแรก พลางหันมาลอบกำชับ “เสี่ยวลั่ว เดี๋ยวจะมีคนพาคุณเข้าไปข้างใน ยังไงก็ต้องสวมชุดป้องกันแล้วก็ทำตามกฎของที่นี่อย่างเคร่งครัดนะ”
ลั่วหยางพยักหน้ารับคำ
“ฉันเข้าไปดูด้วยไม่ได้หรือไง” เยี่ยอี้หมิงเอ่ยถาม ความอยากรู้อยากเห็นของชายชราพลุ่งพล่านไม่เบา
หม่าจงหัวรีบเบรกตัวโก่ง “ท่านครับ เสี่ยวลั่วยังหนุ่ม ร่างกายแข็งแรงต้านทานโรคได้ แต่ท่านอายุขนาดนี้แล้ว ขืนเข้าไปเสี่ยงแล้วเป็นอะไรขึ้นมา ผมรับผิดชอบไม่ไหวหรอกครับ พวกเรารออยู่ข้า