“ไสหัวไป… ตายซะ” สือเฟยยังคงพึมพำประโยคเดิมซ้ำซาก น้ำเสียงแหบพร่ากดต่ำ แผ่รังสีอำมหิตเยียบเย็นทะลุถึงกระดูก
ลั่วหยางหรี่ตาลง เปลี่ยนคำถามใหม่ทันที “แกเป็นตัวอะไร แล้วต้องการอะไร”
“อ๊าก!” สือเฟยแผดเสียงร้องลั่นปานสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่ง สองมือสองเท้าออกแรงกระตุกเกร็งดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่ง
กึก… กึก… กึก!
โครงเตียงเหล็กสั่นสะเทือนเสียดสีจนเกิดเสียงดังกึกกักบาดหู ผนังบ้านพักชั่วคราวบางเฉียบจนเก็บเสียงไม่อยู่ คนด้านนอกย่อมได้ยินชัดเจนทุกความเคลื่อนไหว
“น้องชาย ข้างในเกิดอะไรขึ้น” เสียงของหลัวจู้ดังแทรกขึ้นมา หมอนี่ไม่ได้เดินไปไหนไกล พอได้ยินเสียงโครมครามก็รีบพุ่งพรวดกลับมาทันที
โดนขัดจังหวะเอาดื้อๆ ในเสี้ยววินาทีสำคัญ ลั่วหยางชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะดึงมือกลับมา “ไม่มีอะไรครับ คนป่วยแค่ฟื้นแล้ว”
ทว่าประตูห้องกลับถูกผลักผางเข้ามา หลัวจู้ก้าวอาดๆ เข้ามาด้านใน
วินาทีนั้นเอง สือเฟยที่ดิ้นพล่านเมื่อครู่กลับปิดตาลง แล้วทิ้งตัวหลับลึกไปในชั่วพริบตา
หลัวจู้ปรายตามอง “น้องชาย ต่อให้คุณจะเป็นคนที่เบื้องบนส่งมา แต่พวกเรามีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของทั้งคนป่วยและตัวคุณ การรักษามันใจร้อนทำส่งเดชไม่ได้หรอกนะ”
“ผมทราบ