ดีครับ เขาไม่เป็นไร และผมก็สบายดี” ลั่วหยางตอบเสียงเรียบ
หลัวจู้จ้องจับผิด “แล้วตกลงคุณค้นพบอะไรบ้างไหม”
ลั่วหยางคร้านจะเสวนา เขาหมุนตัวเดินออกไปหน้าตาเฉย
“เรื่องแค่นี้ทำเป็นปิดบังงั้นสิ” หลัวจู้ลอบสบถในใจ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาย่อมเจือแววประชดประชันชัดเจน
“ครับ ความลับ” ลั่วหยางตัดบทดื้อๆ
แววตาของหลัวจู้ฉายความดูแคลนออกมาไม่ปิดบัง ในสายตาเขา ไอ้หมอเด็กเมื่อวานซืนคนนี้ไม่ได้รู้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรอก ก็แค่แกล้งทำตัวลึกลับกลบเกลื่อนความไร้น้ำยา ถ้าไม่ติดป้ายว่าเป็น ‘คนของเบื้องบน’ เขาคงด่าเปิงไล่ตะเพิดไปตั้งนานแล้ว
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันก็ระดมฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อใส่ลั่วหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า หลัวจู้ที่เดินตามหลังมาติดๆ ก็รับอานิสงส์โดนฉีดพ่นอัดกำแพงไปด้วย พอจัดการฆ่าเชื้อเสร็จสิ้น หม่าจงหัวกับเยี่ยอี้หมิงก็รีบรุดเข้ามาหาทันที
“เสี่ยวลั่ว หาสาเหตุของโรคเจอหรือยัง” หม่าจงหัวถามหน้าดำหน้าแดงด้วยความร้อนรน
“เกือบแล้วครับ ผมขอตรวจคนป่วยเพิ่มอีกสักคนสองคนเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐาน” ลั่วหยางตอบนิ่งๆ
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา แต่คุณพอบอกผมคร่าวๆ ก่อนได้ไหมว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่” หม่าจงห