แบบนั้น… นั่นไม่เท่ากับว่าอารยธรรมซานซิงตุยเองก็มีพื้นฐานมาจากวัฒนธรรมของขมังเวทหรอกหรือ? สายเลือดจอมขมังเวทบรรพกาลเกี่ยวข้องอะไรกับที่นี่กันแน่?
ปริศนาพวกนี้ชวนให้ขบคิดจนปวดหัว
หม่าจงหัวยกชามะลิกรุ่นควันสองแก้วมาเสิร์ฟ ก่อนจะเอ่ยตัดบท “เสี่ยวลั่ว นั่งจิบชารอตรงนี้สักครู่นะครับ ผมขอตัวไปคุยธุระกับท่านอดีตหัวหน้าแป๊บเดียว”
ลั่วหยางพยักหน้ารับเงียบๆ
“ท่านอดีตหัวหน้า เชิญทางนี้ครับ” หม่าจงหัวผายมือเชิญเยี่ยอี้หมิงไปที่ประตู
เยี่ยอี้หมิงหน้าตึงขึ้นมาทันที “มีธุระอะไรทำไมถึงพูดตรงนี้ไม่ได้?”
“โธ่ ไม่เสียเวลาท่านหรอกครับ ออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า” หม่าจงหัวคะยั้นคะยอแล้วเดินนำออกไป
ชายสูงวัยจำใจเดินตามออกไป เสียงฝีเท้าของคนทั้งสองค่อยๆ ห่างออกไปตามทางเดินจนเงียบสนิท
มุมปากของลั่วหยางกระตุกยิ้ม เขาเพ่งสมาธิเดินพลังวิญญาณ ดำดิ่งเข้าสู่ ‘สภาวะเหนือสัมผัส’ ของกายาจิตขมังเวทในเสี้ยววินาที
ประสาทการได้ยินถูกขยายขอบเขตจนทะลุกำแพง เสียงฝีเท้าที่หายไปเมื่อครู่กลับมาดังก้องในโสตประสาทชัดเจนแจ๋วแหวว ไม่นานนักเสียงนั้นก็หยุดลง ก่อนที่บทสนทนาจะเริ่มขึ้น
“เสี่ยวหม่า ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ เวลาของเสี่ยวลั่