วมีค่านะ ลุงเอาหน้าแก่ๆ ไปค้ำประกันถึงลากตัวเขามาได้ แล้วแกเล่นทิ้งให้แขกนั่งรอเก้อในห้องแบบนี้ มันเสียมารยาท!” เสียงของเยี่ยอี้หมิงกดต่ำแฝงความหงุดหงิด
“ท่านครับ… ที่ผมต้องลากตัวท่านออกมาคุย ก็เรื่องเสี่ยวลั่วนี่แหละ เด็กเมื่อวานซืนขนาดนั้น จะไปเป็นหมอเทวะได้ยังไง?”
“ที่ลีลาลากออกมาข้างนอก คือจะพูดเรื่องแค่นี้?” น้ำเสียงของเยี่ยอี้หมิงเริ่มมีน้ำโห
“อย่าเพิ่งของขึ้นสิครับ ผมแค่เป็นห่วงท่าน ท่านโดนไอ้เด็กนั่นหลอกเอาหรือเปล่า?”
“เหลวไหล! ลุงบอกแกไปแล้วไงว่าหลานสาวลุงโดนรถชนขาเป๋สองข้าง ตระเวนรักษามาทั่วประเทศยังไม่หาย แต่พอเสี่ยวลั่วลงเข็ม แค่ไม่กี่วันหลานลุงกลับมาวิ่งปร๋อได้ แกจะให้ลุงอธิบายยังไงอีกฮะ!”
“นั่นมันอาจจะแค่ฟลุกก็ได้นะครับ สมัยนี้พวกสิบแปดมงกุฎมันวางยาสร้างสเตตัสหลอกตาคนเก่งจะตาย…”
เยี่ยอี้หมิงโกรธจัดจนฟิวส์ขาด “ไร้สาระ! ถ้ารู้ว่าแกจะดูถูกคนแบบนี้ ลุงไม่พาเขามาให้เสียเวลาหรอก ที่อุตส่าห์แบกหน้าไปเชิญเขามาก็เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้แก ไม่ใช่มาฟังแกพล่ามหาว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ! วันหลังแกไม่ต้องโผล่หน้าไปเยี่ยมลุงแล้วนะ เห็นหน้าแล้วหงุดหงิด!”
หม่าจงหัวหน้าถอดสี รีบไกล่เกลี่ย “ใจเย็นครับ