ลั่วหยางรีบลุกพรวดก้าวฉับๆ ตามไปติดๆ
แต่เด็กสี่ขวบที่ไหนจะฟัง พริบตาเดียวก็วิ่งปรู๊ดไปถึงรั้วหน้าบ้านแล้ว
ลั่วหยางก้าวยาวๆ ตามออกไป ยังไม่ทันถึงประตูดีก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วตะโกนลั่น
“คุณตา! คุณยาย! มาถูกได้ยังไงคะเนี่ย?”
ลั่วหยางตามไปสมทบ ก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่หน้ารั้ว
ฝ่ายชายอายุราวหกสิบ รูปร่างผอมสูง มีผมหงอกแซมประปราย ใบหน้าซูบตอบเล็กน้อย ส่วนฝ่ายหญิงรูปร่างค่อนข้างท้วมแต่ดูแลผิวพรรณมาอย่างดีเยี่ยม หากไม่นับผมสีดอกเลา เธอดูกระชุ่มกระชวยเหมือนคนอายุแค่สี่สิบต้นๆ เค้าโครงหน้าสวยสง่าภูมิฐาน เดาได้ไม่ยากว่าถ้าย้อนกลับไปสักยี่สิบปีก่อน นี่คือเยี่ยจือเวอร์ชั่นวัยสาวชัดๆ
ผู้อาวุโสทั้งสองคือ ‘เยี่ยอี้หมิง’ และ ‘เจี่ยงเสียนหรง’ พ่อแม่ของเยี่ยจือนั่นเอง
ทันทีที่เห็นหน้าหลานสาว รอยยิ้มก็ผุดพรายบนใบหน้าของทั้งคู่จนตาหยี
“เหม่ยฉี วิ่งช้าๆ หน่อยลูก โอย… ยัยหนูสุดที่รักของยาย ระวังล้มสิ” เจี่ยงเสียนหรงร้องทักด้วยความดีใจระคนเป็นห่วง
ส่วนเยี่ยอี้หมิงได้แต่พึมพำด้วยความตื่นเต้น “หายแล้วจริงๆ… รักษาหายแล้วจริงๆ”
ซ่งเหม่ยฉีเขย่งปลายเท้าเปิดประตูรั้ว ก่อนจะวิ่งปรี่เข้ามากอดหมับที่ขาของเยี่ยอี้หมิง