่เคยแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย จิตใจแน่วแน่ดุจหินผา ทว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว กายาจิตขมังเวทบรรลุขั้นสุด ไม่จำเป็นต้องรักษาพรหมจรรย์งี่เง่านั่นอีก... ซ้ำร้าย ร่างกายกลับอ่อนไหวต่อสิ่งเร้าจนเข้าขั้นอันตราย เขาหวั่นใจจริงๆ ว่าขืนผลักประตูเข้าไปเจอหน้าเธอตอนนี้ อาจจะคุมตัณหาที่อัดอั้นมานานนับปีไม่อยู่ จนเผลอหน้ามืดทำเรื่องล้ำเส้น
ตื๊ด… ตื๊ด…
เสียงโทรศัพท์กรีดร้องขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่าน
ลั่วหยางสะดุ้งเล็กน้อย ล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ สายเรียกเข้าจากเยี่ยจือ
เขาปัดหน้าจอกดรับทันที “ฮัลโหลครับ…”
ปลายสายชิงยิงคำถามด้วยความร้อนรน “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเพิ่งวางสายจากโจวซินฝู… ให้ฉันไปหาไหม”
ลั่วหยางจุดรอยยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก “ผมไม่เป็นไร เคลียร์จบหมดแล้ว ตอนนี้ยืนอยู่หน้าประตูบ้านนี่แหละครับ”
เสียงถอนหายใจโล่งอกดังแว่วมา “ดีแล้วค่ะ เมื่อกี้ทำเอาฉันใจหายใจคว่ำหมด”
ลั่วหยางผลักบานประตูเข้าไป ด้านในเงียบกริบ ไร้ซึ่งเงาคน
“จริงสิ ฉันเห็นว่ามันดึกแล้ว เลยพาเหม่ยฉีกลับมานอนที่บ้านก่อน พรุ่งนี้เช้าฉันค่อยไปส่งแกให้คุณ… สะดวกไหมคะ”
ชายหนุ่มรู้สึกโหวงในอกเล็กน้อย ทว่าความกดดันที่แบกไว้เมื่อครู่ก็ปล