ิวหายวับไปพร้อมกัน “ไม่มีปัญหาครับ พี่วางใจได้เลย”
“ฉันลางานที่โรงเรียนอนุบาลให้เหม่ยฉีหนึ่งอาทิตย์ คุณแค่ช่วยดูแลเรื่องกินก็พอ อ้อ… ถ้าไม่รบกวนเกินไป ช่วยฝังเข็มรักษาแกซ้ำอีกรอบ แล้วทำกายภาพบำบัดให้ด้วยนะคะ ขาแกจะได้หายสนิทไวๆ”
“ได้ครับ สบายมาก” ก่อนหน้านี้เขาแอบนึกสงสัย ว่าทำไมเยี่ยจือไม่ฝากลูกไว้กับตายาย ดันหอบมาทิ้งไว้กับเขาทั้งวัน พอได้ยินเหตุผลข้อนี้… ก็กระจ่างแจ้งทันที
“เอ่อ คือว่า…” ปลายสายอึกอัก คล้ายมีคำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก
“อะไรเหรอครับ”
“ไม่มีอะไรค่ะ คุณรีบพักผ่อนเถอะ ราตรีสวัสดิ์” สิ้นประโยค สายก็ถูกตัดทิ้ง
ลั่วหยางลดโทรศัพท์ลง มองหน้าจอที่ดับมืด เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าเยี่ยจือมีเรื่องสำคัญอัดอั้นอยากจะพูด… แต่ไม่รู้ทำไมถึงเลือกกลืนมันกลับลงคอไป
เมื่อทิ้งตัวลงบนเตียง ชายหนุ่มก็หยิบหน้ากากสำริดโบราณออกมา
ปลายนิ้วชี้จำแลงเป็นพู่กัน รีดเร้นพลังวิญญาณแทนน้ำหมึก… วาดลวดลาย ‘ตราประทับวิญญาณ’ ขึ้นกลางอากาศจนเป็นรูปเป็นร่าง
รัศมีแสงสีเขียวมรกตเจิดจ้าสาดส่อง แผ่กลิ่นอายลี้ลับพิศวงซึมลึกถึงกระดูก ชั่วพริบตาเดียว จิตสำนึกของเขาก็ถูกกระชากดูดเข้าไปในมิติเร้นลับ ลำแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์ทอดตัวลงมา