จากฟากฟ้า และเบื้องหน้านั้น… ปรมาจารย์อิ๋งหมา กำลังร่ายรำท่วงท่าพิลึกพิลั่นหน้าตาเฉย
ลั่วหยางเพ่งพินิจภาพตรงหน้า สมองแล่นฉิวขบคิดประเมินสถานการณ์
เส้นทางที่เขาเลือกเดินตอนนี้ คือการสวมบท ‘ปรมาจารย์’ ระดับสูง ผู้คนที่ต้องพัวพันล้วนเป็นอภิมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลคับถิ่น การจะรับมือกับเสือสิงห์กระทิงแรดพวกนี้… ลำพังวิชาแพทย์อย่างเดียวไม่มีทางรอด ก่อนหน้านี้ก็ต้องงัดข้อกับตาเฒ่าซ่งไห่ชาง คืนนี้ยังต้องปะทะกับกุ๊ยทวงหนี้ การใช้ ‘ดัชนีแพทย์ไท่ชู’ ทะลวงเบ้าตา… เอาไว้สยบพวกกระจอกตัวสองตัวมันก็พอไหว แต่ถ้าเจอลิ่วล้อหมาหมู่แห่กันมาเป็นโขลง… กระบวนท่าเดียวมันเอาไม่อยู่
ในเมื่อเป็นแบบนี้… ทำไมไม่ดัดแปลง ‘ระบำสื่อวิญญาณ’ ของปรมาจารย์อิ๋งหมา ให้กลายเป็น ‘วิทยายุทธ์ขมังเวท’ ซะเลยล่ะ ตัวเขามี ‘กายาจิตขมังเวท’ ผนวกกับสภาวะเหนือสัมผัสและพลังวิญญาณอันแกร่งกล้า หากนำท่วงท่าร่ายรำมาประยุกต์บิดแกนใหม่… เขาก็ผงาดเป็นยอดฝีมือสายบู๊ที่ไร้เทียมทานได้สบายๆ
ไอเดียบรรเจิดสุดขีดผุดวาบขึ้นในหัวประดุจประกายไฟ
เงาร่างของปรมาจารย์อิ๋งหมาในมิติสลายวับไป
ลั่วหยางผุดลุกขึ้นยืน ภาพการร่ายรำของปรมาจารย์ฉายซ้ำวนเวียนในสมอง ชายหนุ่ม